เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

สร้อยข้อมือและกำไลถือว่าเป็นเครื่องประดับคู่ใจของหญิงสาวและชายหนุ่มทั่วๆไปเลยทีเดียว เพราะเป็นตัวช่วยที่เข้ากับเครื่องแต่งกายได้เป็นอย่างดี เสริมภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งการเลือกซื้อสร้อยคอมือหรือกำไลนั้นไม่ได้จะต้องคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ควรพิจารณาถึงสรีระ รูปร่างและแขน เพื่อที่จะเลือกให้เหมาะสมและสวมใส่ออกมาได้ดูสมบูรณ์แบบมากที่สุด ว่าแล้วเราไปศึกษาเคล็ดลับดีๆกับคำแนะนำในการเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดกัน

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเล็ก

คนที่มีข้อมือหรือแขนเล็กผอมนั้น สามารถที่จะเห็นกระดูกบริเวณข้อต่อมือได้อย่างชัดเจนจนทำให้ดูผอมแห้ง เก้งก้าง เพราะฉะนั้นคนแขนเล็กควรเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่มีลักษณะแบนราบหรือค่อนข้างหนา และมีขนาดใหญ่ เช่นสร้อยข้อมือแบบไข่มุกเม็ดเล็กๆ สร้อยข้อมือที่เรียงซ้อนกันหลายๆชิ้น โดยกำไลข้อมือไม่ควรจะหลวมมากจนเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้ดูไม่สวยและเน้นรูปแขนมากจนเกินไป

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเรียว

เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบและเหมาะสมกับการสวมใส่สร้อยข้อมืออย่างมากเลยทีเดียว สำหรับคนแขนเล็กที่คุณสามารถสวมใส่กำไลได้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ก็ควรที่จะเลือกสร้อยข้อมือที่เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายและสีผิวของคุณเพื่อที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นและไม่หมองไปกับเครื่องแต่งกายที่กลบ

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนอวบ

สำหรับคนที่มีแขนอวบ ข้อมือใหญ่หรือรูปแขนกลม ควรเลือกสร้อยข้อมือและกำไรที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก หลวมสามารถที่ไปขยับหรือเลื่อนไปมาได้  สร้อยข้อมือลักษณะนี้จะช่วยอำพรางข้อมือของคุณให้เรียวเล็กและดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

 

สร้อยข้อมือกับเครื่องแต่งกาย

สำหรับการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้น ไม่ควรที่จะเลือกสร้อยคอมือที่มีสีไปในโทนเดียวกันกับเครื่องแต่งกายมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้กำไลของคุณดูหมอง ควรเลือกสีที่ตัดกันหรือสีที่เด่นรวมไปถึงมีจี้และลวดลายที่มีสีสันเพื่อที่จะทำให้เสริมการแต่งกายให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณอาจจะเลือกกำไลข้อมือให้เข้ากับรูปแบบการแต่งตัว เช่นถ้าหากแต่งตัวชุดเดรสเซ็กซี่ ก็อาจจะสวมสร้อยข้อมือสแตนแลสหรือกำไลที่มีความเรียบหรูเพื่อที่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

 

และนี่ก็เป็นข้อควรรู้ในการเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่จะช่วยทำให้ทุกการแต่งกายและลุคของคุณดูสวยงาม โดดเด่นและมีเสน่ห์

 

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018

ในปี 2018 นี้ได้ชื่อว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาหลายๆด้านอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การทำงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ การสื่อสาร การซื้อขายสินค้าและบริการ พร้อมทั้งสิ่งต่างๆอีกมากมายที่เรียกได้วาคุณจะต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะต้องตามกระแสโลกให้ทัน แต่เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของคุณให้มีการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราไปศึกษาสิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆได้อย่างมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 2

 

เตรียมพร้อมสู่สังคมไร้เงินสด

สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ที่จะเห็นได้จากมีการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรม QR Code Payment การชำระค่าบริการและสินค้า ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น คุณจะสามารถหยิบมือถือขึ้นสแกนจ่ายเงินได้แม้แต่ในแผงลอย ในตลาดสดทั่วไป รวมไปถึงร้านค้าและธุรกิจห้างสรรพสินค้า เพราะฉะนั้นทั้งตัวผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจก็จะต้องทำการศึกษาข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง QR Code เพื่อที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการใช้ QR Code ยังมีระบบการป้องกันที่ปลอดภัย มีความรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นอย่างมาก

 

เรียนรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยี

ในปี 2018 นี้คุณจะได้เห็นการพัฒนาและการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมามากมายที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ AI ที่จะสามารถเข้าถึงมนุษย์ได้ดีมากกว่าเดิม จะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเกิดขึ้นใหม่ในหลายๆด้านทั้งเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ไฮเทค ที่เรียกว่าน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะติดตามข่าวสาร เรียนรู้และศึกษาเรื่องราวต่างๆเพื่อที่จะรู้เท่าทันเทคโนโลยีและโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ดีมากขึ้น

 

 

พัฒนาทักษะในการทำงานของตนเอง

ในปัจุบันนี้เทคโนโลยีสามารถที่จะนำมาใช้ในด้านธุรกิจต่างๆได้ดีมากยิ่งขึ้น และกำลังเข้าสู่ยุค  Staffless Society ที่จะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนแรงงานมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจและกำลังคน ลดปัญหาด้านแรงงาน อีกทั้งเทคโนโลยียังได้มีพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์อีกด้วย เรียกง่ายๆก็คือ จะมีอัตราการว่าจ้างที่ลดน้อยลง หรือมีปลดพนักงานในธุรกิจต่างและเน้นไปใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีต่างๆมากยิ่งขึ้น

 

เห็นได้ชัดจากประเทศญี่ปุ่นที่ในซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่งไม่มีพนักงานบริการ แต่ใช้เทคโนโลยีในการเก็บเงิน สแกนสินค้า นำสินค้าใส่ถึงได้อย่างอัตโนมัติ รวมไปถึง สนามบินของประเทศสิงคโปร์ที่ไม่ใช้พนักงานในการทำงาน โดยทุกอย่างจะเป็นระบบที่ผู้โดยสารทำเองหมดตั้แต่โหลดกระเป๋าใส่ใต้ท้องเครื่อง สแกนพาสปอร์ต การขึ้นเครื่อง การตรวจเช็คต่างๆนอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรงแรมที่ให้ผู้เข้าพักทำการเช็คอินและเช็คเอาท์แบบอัตโนมัติและสะดวกรวดเร็วด้วยตนเอง

 

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีในด้านความสะดวกรวดเร็วและสบาย แต่ทั้งนี้ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับคนทำงานมนุษย์ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำและเตรียมพร้อมไว้เลยก็คือ พัฒนาและฝึกฝนทักษะด้านการทำงานของตนเองให้มีคุณภาพและทำได้หลากหลาย ทั้งทักษะด้านภาษา ภาวะความเป็นผู้นำ การเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อที่แสดงศักยภาพให้เห็นว่าเรายังพร้อมสำหรับการทำงานอยู่ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายบริษัทในประเทศไทยที่เริ่มวางแผนปลดพนักงานและปิดสาขา เพื่อที่จะมาเน้นการใช้งานเทคโนโลยีแทน เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อยู่เสมอ

 

 

 สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 3

 

 

ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ

ในปี 2018 นี้โซเชียลเน็ตเวิร์คยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจเข้ามาเป็นตัวเลือกและมากไปกว่านั้นก็คือการเสพข่าวและสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกออนไลน์ที่จะพิจารณาไตร่ตรองให้ดีทุกคน ใช้ในทางที่ถูกที่ควร คิดก่อนโพสต์ทุกครั้ง กดแชร์อย่างมีสติ แยกแยะสิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่ควรถอยห่าง ใช้โซเชียลมิเดียให้เกิดความสุและประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้นได้มีทั้งข่าวปลอม การแชร์ภาพด้านลบที่ไม่เป็นความจริง หรือการโต้ตอทะเลาะกันรุนแรงและมีแนวโน้มว่าปีนี้จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้

 

นอกจากในนี้ในปี 2018 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ภาวะโลกร้อนยังคงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆรวมไปถึงความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ  การทำงาน การใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากจนเกินไปและอื่นๆอีกมากมายที่จะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นให้คุณหันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง

 

ที่สำคัญในปี 2018 นี้อย่าลืมที่ติดตามข่าวสารรอบตัว สิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่จะเกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเราเสมอ ทั้งด้านธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี ด้านการลงทุน และสิ่งต่างๆและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยี สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

เทศกาลดนตรีต้นปี 2018

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ดนตรียังคงเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่ได้มีวงดนตรีหลากหลายแนวเกิดขึ้นมากมาย ที่สำคัญมีเทศกาลดนตรีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความผ่อนคลาย เพลิดเพลิน สนุกสนานและเป็นศูนย์รวมของคนคอดนตรีในสไตล์ต่างๆ เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่มีเทศกาลดนตรีชื่อดังเกิดขึ้นมากมาย แต่ละงานเต็มไปด้วยความหลากหลายที่ผสมผสานเข้ากับความทันสมัย รวมไปถึงนักร้องนักดนตรีภายในงานที่มีคุณภาพ พร้อมเสิร์ฟความสนุกให้กับผู้ชมอย่างเต็มที่ แสง สี เสียงที่เต็มไปด้วยความตระการตา น่าตื่นตาตื่นใจ มีพื้นที่สำหรับผู้คนอย่างเพียงพอ เรียกได้ว่าเทศกาลดนตรีได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

เทศกาลดนตรีต้นปี 2018

และในปี 2018 นี้ก็ยังเต็มไปด้วยเทศกาลดนตรีที่น่าสนใจมากมาย แต่ละเวทีแต่ละงานนั้นได้เตรียมความพร้อมที่จะมาปลดปล่อยเสียงดนตรีเพื่อสร้างความสนุกให้กับแฟนเพลงอย่างเต็มที่ เพราะนั้นเราจึงได้ทำการรวบรวมเทศกาลดนตรี ต้นปี 2018 ที่จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้กับคุณมากยิ่งขึ้น

 

1.Cheeze Carbootsale Festival 2018

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีที่หลายคนรอคอยเลยทีเดียวสำหรับ Cheeze Carbootsale Festival 2018 หรือ เทศกาลงานเปิดท้ายขายของริมภูเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด กลับมาครั้งนี้เรียกได้ว่เต็มไปด้วยคาราวานเปิดท้ายขายของจากร้านค้านยอดนิยมทั่วประเทศที่ทอดยาวให้คุณได้เลือกกันอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเตรียมตัวพบกับดนตรี 1 เวทีสุดอลังการ ที่มีศิลปินที่เต็มไปด้วยคุณภาพ หาฟังยากเพียงแค่เอ่ยชื่อคุณจะต้องคิดถึงและรู้สึกตื่นเต้นอย่างแน่นอน จัดเต็มมาทั้งหมด 30 วง 2 วัน  2 คืน อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้คุณได้ปาร์ตี้แบบ 3 เวที 3 สไตล์ จากสุดยอดกลุ่มนักจัดปาร์ตี้มืออาชีพของประเทศไทย เท่านี้ยังไม่พอ มีบูธร้านอาหารและ Food Truck จัดเต็มไปด้วยบริการคุณแบบคุณภาพ รสชาติอร่อย อีกทั้งยังคุ้มค่าด้านราคาอีกด้วย สำหรับงาน Cheeze Carbootsale Festival 2018 จัดขึ้นวันที่ 3 – 4 กุมภาพันธ์ 2018 นี้ ณ 8Speed Motor Track เขาใหญ่ ราคาบัตรเริ่มต้นที่ 800 บาท

 

2.Chang Music Connection Present Rimpha Music Festival 6 “SIXPERHERO”

กลับมาอีกครั้งแล้วสำหรับเทศกาลดนตรี Chang Music Connection Present Rimpha Music Festival 6 “SIXPERHERO” ที่เหล่าฮีโร่จะมาช่วยคุณจัดการกับความเศร้า ต่อเติมความสุข ขจัดความทุกข์ให้หายไป พร้อมพาคุณเข้าสู่โลกแห่งดนตรีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความมันส์แบบจัดเต็ม พื้นที่แห่งความสนุกนี้ได้เนรมิตอาณาเขตที่ยิ่งใหญ่ ในรูปแบบใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมกับ 2 เวที 1 โซนสำหรับดีเจ 5 โซนชิคแอนด์ชิลล์ พร้อมทั้งอีก 1 หมู่บ้านริมผา มีศิลปินรวมกว่า 40 ชีวิตพร้อมทั้งดีเจอีก 20 คน สามารถเดินทางไปในดินแดนแห่งความหฤหรรษ์ที่ได้ที่  เขาใหญ่ ถ.ธนะรัชต์ ในวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2018 ราคาบัตรปกติ 1,300 บาท และ  Superbird 1,000 บาท

 

 

3.Kolour In The Park presented by Singha Music

กลับมาอีกแล้วสำหรับงาน Kolour In The Park ประจำปีครั้งที่ 4 ภายใต้ชื่อ Kolour In The Park presented by Singha Music จากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานปาร์ตี้และอีเว้นต์แบบเต็มวันและสุดยอดเป็นอย่างมาก เทศกาลดนตรีกลางแจ้งแนวเทคโนและเฮาส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร จัดที่บริเวณ บึงไทยเวค พาร์ค ลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2018 มีศิลปินชื่อดังมาร่วมงานเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Nakadai ไอคอนเพลงเทคโนชื่อดังชาวไทยที่ได้ไปตั้งถิ่นฐานที่เบอร์ลิน,คู่ดูโอสัญชาติเยอรมันที่มาพร้อมกับเพลงจังหวัดสไตล์โซลผสมผสานกับฮิพฮอพอย่าง Mat.Joe และศิลปะคุณภาพที่จะมาสร้างความสนุกและเพลิดเพลินให้คุณเป็นอย่างมาก

 

 

4.Rock and Roll Come Back 4×4

เป็นอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีที่หลายคนรอคอยเลยทีเดียวสำหรับ Rock and Roll Come Back ที่ได้จัดขึ้นปีที่ 4 โดย เล็ก ฮิวโก้ เจ้าพ่อวงการเพลง Rock and Roll ที่จับมือรวมกับเอก Zerohero ,ใหม่ สิบล้อ พร้อมพี่น้องศิลปินชื่อดังมากมาย ทั้งวี วิโอเล็ต, Zerohero Brown Flying Chanudom Southern boys asss สหายแห่งสายลม ศิลปินคุณภาพอีกกว่า 20 วง  โดยภายในงานจะถูกจัดขึ้นภายใต้ธีมงานมังกรเฝ้าสมบัติ ที่จะเน้นใช้สีน้ำตาลและสีเหลือง เรียกได้ว่าคุณจะได้สัมผัสกับความมันส์และความอบอุ่นอย่างเต็มที่ เทศกาลดนตรี Rock and Roll Come Back จัดขึ้น ณ ไร่ชมอิน เขื่อนกระเสียว ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์  2018

 

  1. Sunset Beach Music Festival 2018 Thailand

เป็นอีกเทศกาลดนตรีที่คุณไมควรพลาดเลยทีเดียวสำหรับ Sunset Beach Music Festival 2018 Thailand เทศกาลดนตรีเรกเก้สกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  เต็มไปด้วยศิลปินคุณภาพที่พร้อมจะมาจัดเต็มความมันส์ นำทีมโดย สิงโต นำโชค, T-BONE, JOB 2 DO, SRIRAJAH ROCKERS, DEEP ‘O’ SEA’S, GOLD RED, SAMAINAINIYOM เป็นต้น Sunset Beach Music Festival 2018 Thailand พร้อมระเบิดความสนุกสนานในวันที่ 31 มีนาคม 2018  ณ ร้านปลาทู หาดชะอำ ตั้งแต่เวลา 13.00 – 01.00 น.

 

 

เพียงแค่ต้นปีเท่านั้นก็มีเทศกาลดนตรีมากมายที่น่าสนใจรอให้คุณเข้าไปเยี่ยมชมและร่วมสนุกสนาน แต่ละงานเต็มไปด้วยศิลปินชื่อดัง พร้อมจัดเต็ม แสง สี เสียงให้คุณได้ระเบิดความมันส์อย่างเต็มที่ หากคุณชอบดนตรีแนวไหน หรือกำลังรอเทศกาลดนตรีใดอยู่ อย่าลืมที่จะไปจองบัตรและร่วมงาน รับรองเลยว่าจะต้องทำให้คุณประทับใจและสนุกอย่างเต็มที่แน่นอน

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

สอบอ่าน IELTS ยากแค่ไหน

โดยทั่วไปการสอบอ่าน IELTS ใกล้เคียงกับการอ่าน ทั่วไป แม้ว่าเรื่องและคำศัพท์จะใช่ คำที่ใช้ทั่วไป ส่วนใหญ่การอ่าน IELTS จะเป็นงานวิจัย บทความเชิงวิชาการ เช่นวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ คำศัพท์ สำนวน รูปแบบประโยคต่างๆ จึงเป็นความยากของการสอบอ่าน IELTS

 

สอบอ่าน IELTS ยากแค่ไหน

แต่นั่นไม่ยากเท่า คือ ภาษาท้องถิ่น ในบทความเพราะการสอบอ่าน IELTS ไม่ได้มีแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น อาจะจะมีภาษาเชิงวิชาการ ภาษาท้องถิ่น อย่างที่หาอ่านได้จากสื่อสิ่งพิมพ์หรือคลาสเรียนของมหาวิทยาลัย เช่น ภาษาละติน

ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ อาจจะง่ายกว่า เมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษวิชาการ ที่มีรากภาษาเดิมมาจากภาษาละติน ยิ่งถ้าภาษาพื้นฐานของคุณ ไม่ใช่ภาษาละติน เป็นภาษาอังกฤษแท้  คุณต้องตอบคำถามทั้งหมดใน 60 นาที นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ IELTS แม้แต่สำหรับผู้อ่านภาษาอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญมากๆ ยังต้องค่อยๆอ่านช้าๆ เพื่อทำความเข้าใจ ในบทความนั้น

คุณอาจจะเคยอ่านบทความภาษาอังกฤษเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อเรียนรู้มามาก  แต่ที่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้คะแนนสูงสุดในการอ่าน  เพราะการสอบอ่าน IELTS เน้นที่การสมบูรณ์แบบ ฝึกอ่านบทความวิจัย บทความเชิงวิชาการบ่อยๆอาจช่วยให้คุณสอบผ่านอ่าน IELTS ได้ดี

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

Gen-Z คือ คำนิยามล่าสุดของเด็กรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันหรือกลุ่มคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมายมาย แต่การเกิดมาพร้อมสิ่งเหล่านี้ก็มีข้อเสียที่ทำให้คน Gen-Z ไม่ชอบความลำบาก ทั้งยังจะหลีกเลี่ยงและทำทุกอย่างให้ตัวเองสบายมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก จึงไม่แปลกที่คน Gen-Z สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีและเกาะติดกระแสกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค แถมยังใช้ชีวิตแบบมีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 แต่น่าเสียดายตรงที่คน Gen-Z มักจะทนหรือจดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน เบื่อง่าย ไม่ชอบการรอคอยใด ๆ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามามักจะมาในลักษณะมาเร็วไปเร็ว ซึ่งความรวดเร็วนี้ทำให้คน Gen-Z ไม่ค่อยมีความอดทน เอาแต่ใจ และเอาตัวเองเป็นที่ตั้งของทุก ๆ สิ่งอย่างมาก

 

ถึงจะมีข้อเสียแบบนั้นแบบนนี้ แต่คน Gen-Z ก็สามารถปรับตัวได้อย่างเร็วในทุกสถานการณ์ และเปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รวมถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับประเพณีหรือวัฒนธรรมในรูปแบบเดิม ๆ ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคน Gen-Z ค่อนข้างที่จะมี Passion มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักตัวตนของตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด และไม่เคยหยุดพัฒนาตนเอง เชื่อหรือไม่ว่าคน Gen-Z จะสามารถดึงความสามารถออกมาได้แบบขีดสุดเมื่อเกิดการแข่งขันหรือเกิดการเปรียบเทียบ เนื่องด้วยคนกลุ่มนี้ชอบเอาชนะ ทำให้มีความกระตือรือร้นในการแข่งขันมากเป็นพิเศษ

 

 

เด็กหรือวัยรุ่นที่เกิดใน Gen-Z ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวที่สูง และจะเปิดใจกับคนที่สนิทและไว้ใจได้เท่านั้น แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะดูเหมือนไม่มีเป้าหมาย เพราะไม่ค่อยพูดหรือบอกความในใจออกมาทั้งหมดว่าจะทำอะไร แผนการในชีวิตเป็นยังไง แต่ทั้งหมดนี้ คน Gen-Z คิดไว้อยู่แล้ว เพราะคน Gen-Z จะมีการวางแผนหรือคิดถึงตัวเองในอนาคตไว้ตลอดเวลา มีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วค่อย ๆ วิ่งตามสิ่งที่ต้องการ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่สร้างปัญหาให้กับผู้ปกครองหรือคนรอบข้างของกลุ่มคน Gen-Z คือ ความคิดที่ว่าคนทุก Gen จะต้องมีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันในทุกระดับชนชั้น เพราะคน Gen-Z มักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของอายุหรือลำดับชั้น โดยเฉพาะยศฐาบันดาศักดิ์ต่าง ๆ จึงทำให้คนต่าง Gen มองคน Gen-Z ว่าขาดกาลเทศะหรือความเคารพและหยิ่งยโสเป็นที่สุด

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คน Gen-Z ก็ยังต้องการความรัก ความสนใจการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉาพะคนต่าง Gen ที่เป็นคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับคเลื่อนให้คน Gen-Z เข้าอกเข้าใจผู้อื่นและนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง การฝึกอบรมและเข้าใจคน Gen-Z จึงเป็นหน้าที่ของคน Gen ต่าง ๆ เพราะ Gen-Z คือกลุ่มคนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนคนในสังคมต่อไปในภายภาคหน้า

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ดนตรีกับชีวิตประจำวัน

ดนตรีคือชีวิต

ในการดำเนินชีวิตของคนเรานั้น นอกจากเราจะต้องการปัจจัยสี่ ในการดำเนินชีวิตแล้วเราก็ยังต้องการสิ่งที่ จะมาจรรโลงใจอีกด้วยเพราะบ่อยครั้ง ที่เรามักจะเกิดความไม่สบายใจ เกิดความเหงา ความกังวลใจ มีความเครียด หรือเกิดความหวาดกลัว เสียงดนตรีจึงกลายเป็นสิ่งหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนเรา ตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะแทบจะไม่มีวันไหนเลยใช่ไหมล่ะค่ะ ที่เราจะไม่ได้ยินเสียงดนตรี ซึ่งเราคงจะคุ้นเคยกับดนตรี กันมาช้านาน แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว ดนตรี มันคืออะไร กันแน่

ความหมายของดนตรี ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายไว้ว่า “เสียงที่ประกอบกันเป็นทำนองเพลง เครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดังทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศกหรือรื่นเริง” ดนตรีจึงถูกนำมาใช้เป็นสื่อ ที่ในการบ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ขับร้อง หรือบรรเลงดนตรี ที่สามารถสัมผัสถึงผู้ฟัง ให้รับรู้ได้ง่าย และยังช่วยทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน และเกิดความสุขจากการฟังดนตรีอีกด้วย ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ดนตรีได้มีบทบาทสำคัญ ในการทำกิจกรรมต่างๆแทบทุกกิจกรรม ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ด้านต่างๆ ดังนี้

          ดนตรี กับศาสนา และพิธีกรรม ในศาสนา และพิธีกรรมตามความเชื่อของ แต่ล่ะบุคคล ดนตรีได้ถูกนำมาใช้ เช่น ใช้ในบทสวด หรืออธิษฐานขอพร การบวงสรวง บูชา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ใช้ทำสมาธิ และใช้เป็นส่วนประกอบของพิธีการต่างๆ เช่น การเปิดงาน ปิดงาน

          ดนตรี กับวัฒนธรรมประเพณี แต่ล่ะท้องถิ่น ก็จะมีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกันไปดนตรีก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สำหรับประเพณีไทยดนตรีจะถูกนำมาใช้ทั้งงานรื่นเริงและงานที่แสดงถึงความโศกเศร้า หรือแม้แต่ประเพณีที่เกี่ยวกับพระราชพิธีต่างๆ  ก็ล้วนมีดนตรีมาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น

          ดนตรี กับการศึกษา ในการเรียน การสอน ได้นำดนตรีมาใช้เป็นสื่อให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เกิดความสนุกสนาน พัฒนาสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจในการเรียน  ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ดนตรียังช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี นาฏศิลป์ และการขับร้องอีกด้วย

          ดนตรี กับสุขภาพ ดนตรีมีผลต่อ สุภาพร่างกายของคนเรา ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต และระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ และยังลดหรือบรรเทาความเจ็บปวดของร่างกายได้ดีอีกด้วย

          ดนตรี กับสังคม และสถาบันต่างๆ ดนตรีช่วยให้เราเกิดความรัก ความสามัคคี มีความยึดมั่น เคารพเทิดทูนในสถาบันของตนเอง เป็นเครื่องบำรุงจิตใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ร่วมกับผู้อื่นได้ดี และยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกัน อีกด้วย

          ดนตรี กับจิตวิทยา ดนตรีมีผลอย่างมากต่อจิตใจของคนเราค่ะช่วยให้เราเปลี่ยนจากนิสัยที่ก้าวร้าว เป็นอ่อนโยนลงได้ ทำให้เรามีสติ มีสมาธิมากขึ้น ช่วยจรรโลงใจ ส่งเสริมสุขภาพจิตและช่วยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น

          ดนตรี กับอาชีพ ธุรกิจ ดนตรีช่วยให้เรา สามารถสื่อสารกับผู้รับได้ดี มากกว่าการสื่อสารโดยการพูด หรือการบรรยาย ช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น ใช้ประกอบการประชาสัมพันธ์ หรือการโฆษณา ช่วยกระตุ้นให้ เราสามารถทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เรามีโอกาสประสบผลสำเร็จ ในการประกอบอาชีพได้มากยิ่งขึ้น

          ดนตรี กับกีฬา  ดนตรีได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของการเล่นกีฬา ต่างๆ เพราะทำให้เกิดความครึกครื้น สนุกสนาน สร้างความฮึกเหิม ในการแข่งขันสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีมและช่วยให้ผู้เล่นมีกำลังใจ ในการแข่งขันมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าดนตรี เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเราตั้งแต่เกิดจนตายเพราะไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมใดก็ล้วนมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้นเลยล่ะค่ะดนตรีเป็นสุนทรียศาสตร์ เมื่อเราได้ฟังดนตรี เราจะเกิดความสบายอกสบายใจเป็นเครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้เกิดความสุข สนุกสนานสงบและผ่อนคลาย เราจึงได้พัฒนา สร้างสรรค์ดนตรีควบคู่กับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเชื่อ เป็นศิลปะในการสื่อสาร ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ไปสู่ ผู้ฟัง ที่ง่ายต่อการสัมผัส ดนตรีจึงเป็นภาษาสากล ที่ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ภาษาใด ก็สามารถรับรู้ และเข้าใจ อรรถรสของดนตรีได้เป็นอย่างดี

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

มิวสิคเฟสติวัล ปี 2017 ในไทย ต้อนรับฤดูหนาวที่กำลังจะเกิดขึ้น

คอนเสิร์ตดีๆกับอากาศโดนๆ

เข้าสู่ฤดูหนาว กันแล้ว หนาวๆ อย่างนี้หลายๆ ที่มักจะมีอีเว้นท์ดีๆ รับลมหนาวให้ฟินกันเพลิน ๆ โดยเฉพาะงานแนวๆ มิวสิคเฟสติวัล   วันนี้เราขอเอาใจ คอดนตรี แฟนเพลง ขาปาร์ตี้ และขาแดนซ์ทั้งหลาย ด้วยมิวสิคเฟสติวัล ปี 2017 ในไทย ต้อนรับฤดูหนาวที่กำลังจะเกิดขึ้น ให้คอเพลงทุกแนว ได้เตรียมพร้อม และเต็มอิ่ม ที่จะสัมผัสกับ ความสนุก และความประทับใจกับเสียงเพลงจาก  ศิลปินที่คุณชื่นชอบ ส่วนจะมีที่ไหน บ้างนั้น ก็ตามมาดูกันเลยค่ะ

Season Of Love Song Music Festival ครั้งที่ 8

ฤดูแห่งความรัก ที่ Veneto สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กับการได้นอนเต็นท์สัมผัสกับบรรยากาศลมหนาว ที่อบอวลไปด้วยความรัก ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 กับศิลปินที่จะมาให้ความอบอุ่น และขับกล่อมเพลงรัก ความหมายดีๆ อาทิ Room 39, Stamp, Tattoo Colour, Polycat , Da Endorphine , Scrubb  , Atom ,25 Hours,  Ammy The Bottom Blues ,De Flamingo , Mild , The Parkinson , Somkiat , Pop Pongkool และ Potato เปิดจองแล้วบัตร SoLS 8 / พื้นที่กางเต็นท์, เต็นท์เปล่า ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา บัตรราคาปกติ 1,300.- พิเศษราคา 1,200.- (จนถึง 30 กันยายน 2560) หรือ ซื้อ 4 ใบ/บิล เหลือใบละ 1,200.- บาท ตั้งแต่ 1 ต.ค. 60 เป็นต้นไป

CAT EXPO 4 คนเล็ก เพลงโต

งานวันชาติของเด็กแมว กับเทศกาลดนตรีของคนเล็กๆ   กับตลาดเพลงไทยใหญ่โตที่สุดในโลก กับศิลปินที่อัดแน่นกว่า 100 วง ให้คุณได้เต็มอิ่ม ตลอด 2 วัน 5 เวที นัดรวมพลพร้อมกันที่เวลา 16.00 เป็นต้นไป ที่ สวนสนุกวันเดอร์เวิลด์ วันที่ 25-26 พฤศจิกายนนี้ โปรโมชั่น “บัตรเออลี่ แคท” ขาย 800 บาท จากราคาเต็ม 1,500 บาท ขายแค่ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมถึง 3 กันยายน ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร: 02-262-3838 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.thaiticketmajor.com

Singha Park Chiangrai Farm Festival On The Hill 2017

เทศกาลความสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของปลายฝน ต้นหนาว ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม พร้อมกับได้ อิ่มอร่อยกับเทศกาลอาหารจากหลากหลายร้านค้าทั่วประเทศ สนุก สุดมันส์ กับคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดังมากมาย และที่พลาดไม่ได้พบกับ โชว์พิเศษจากวงเยาวชน สิงห์ปาร์ค เชียงราย บราสแบนด์ วงบราสแบนด์เยาวชนวงแรกของเชียงราย! พร้อมความสนุก และความสุข ที่คุณไม่ควรพลาด! ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560 ณ สิงห์ ปาร์ค เชียงราย งานนี้เข้าชมฟรี ได้เลยค่ะ

Overcoat music festival 2017

เพลงรักจะก้องกังวานทั่วเขาค้อ ด้วย คอนเสิร์ตต้อนรับลมหนาว ที่เขาค้อ จังหวัด เพชรบูรณ์ ในวันที่ 10 ธันวาคม 2560 ที่จะถึงนี้ อบอุ่นกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ อย่างเต็มที่ อาทิ เช่น 25 Hours , Slot machen , Jetseter, polycat, Big Ass, โปเตโต้,ปาล์มมี่, บอย พีชเมกเกอร์ ลิปตา, Aof pongsak และตู่ ภพธร เป็นต้น  เริ่มจำหน่ายบัตร 15 สิงหาคม 2560 ที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ใน Seven eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ call center 02-711-7788  ราคาบัตร 1,600 บาท และยังสามารถตามติดข่าวสารเพิ่มเติม ผ่านทางเฟซบุ๊กได้ที่  www.facebook.com/overcoatmusicfest อีกด้วยค่ะ

PEPSI presents BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 2017

มหกรรมดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ คอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 10 ธันวาคม 2560 ณ The Ocean เขาใหญ่ เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมกับ 8 เวทีหลัก จัดเต็มกว่า 200 ศิลปินดัง ตลอด 2 วัน 2 คืน บัตรมีจำหน่ายที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา

Neekuru Land 2 ตอน Animal Music Village

กับบรรยากาศหนาวเย็นกลางหุบเขา ที่ดินแดนแห่งความรักและเสียงดนตรี ณ สวนผึ้ง ไฮแลนด์ จังหวัดราชบุรี แค่ได้ยินชื่อก็ฟินแล้วล่ะค่ะ คอนเสิร์ตครั้งนี้ คุณจะได้พบกับ ศิลปิน เพลงรัก จาก ปุ๊ อัญชลี, Cocktail,แสตมป์, Klear ,วงโคตรยิ้ม และศิลปินสุดเซอร์ไพรส์อีก 1 วง ค่ะ ซึ่งคอนเสิร์ตนี้จะจัดขึ้นวันที่ 16 ธันวาคม 2560 จำหน่ายบัตรที่ go.eventpop.me/NeekuruLand2 พิเศษ บัตร Early bird ราคา 900 บาท จากปกติ 1,200 บาท ตั้งแต่ 18 กันยายน – 10 ตุลาคมนี้เท่านั้น สนใจสอบถามรายละเอียดที่ Neekrung Call Center 084 714 0000 / Facebook : Neekrung to go

Wonderfruit Festival

14 ธันวาคม 2560 – 17 ธันวาคม 2560 เทศกาลดนตรีผลไม้แห่งความสุข เฟสติวัลที่เฉลิมฉลอง ดื่ม กิน และดื่มด่ำกับงานศิลปะ ดนตรี ความบันเทิงและไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ที่มีสเกลอินเตอร์ ดูเป็นระดับโลก ณ เดอะ ฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา ที่รวบรวมศิลปะแห่งไลฟ์สไตล์ และเวิร์คช็อปต่าง ๆ  ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาไว้ด้วยกัน กับเหล่าศิลปิน และดีเจที่จะขนทัพกันมาอย่างมากมาย ให้คุณได้เต็มอื่มถึง 4 วันเต็มๆ บัตรเข้างานในราคา 5,000 บาท/ใบ (สำหรับผู้ใหญ่) และยังมีบัตรสำหรับผู้ต้องการพาน้องหมามาด้วยนะคะ เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ ทาง www.wonderfruit.co

EFM Chill On The Beach No.14

มิวสิคเฟสติวัล ปาร์ตี้ริมทะเล ที่คุณจะได้แดนซ์ จนมิดไมล์ริมทะเล ณ โรงแรมเดอะรีเจนท์ ชะอำบีช รีสอร์ท ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จำกัดความมันส์เฉพาะคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม โดยชิล ออนไลน์ ได้ผนึกกำลังกับ อีเอฟเอ็ม 104.5 ที่มาพร้อมกับ ธีมแรง “140 KM/H” สำหรับคนที่ชอบความแรง ได้มา แดนซ์กันให้มันส์สุดเหวี่ยง  กับตัวแทนดีเจของ 2 คลื่นดัง อย่าง ดีเจ.ต้นหอม ศกุนตลา และดีเจ.เผือก ง่ายๆ เพียงแค่เอาคะแนนสะสมการฟัง EFM 104.5 และ Chill Online ผ่านทางแอพพลิเคชั่น AtimeOnline หรือ Chill Online เมื่อครบ 2,000 Point กดรับสิทธิ์แลกบัตรเข้างานฟรีไปได้เลย โดย 1 นาทีมีค่าเท่ากับ 1 Point ยิ่งฟังนานคะแนนยิ่งมากนะคะ ติดตามกติกาได้ที่คลื่น EFM 104.5 และ Chill Online ทุกช่วงดีเจ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.efm.fm และ www.chillfm.fm

Music Festival 3

คอนเสิร์ต นั่งเล่น ณ The Ocean เขาใหญ่ ในวันที่ 20 มกราคม 2561 ปาร์ตี้เอ็กซ์คลูซีฟ สุดๆ ที่ให้คุณได้ท้าลมหนาว กับ สิทธิเกร๋ไกร๋ มั่นใจสบายแน่นอน กับศิลปิน พบกับศิลปิน มากมายที่จะมาสร้างความบันเทิงให้คุณ อาทิ เช่น 4 โพดํา (แก้ม วิชญาณี / กัน นภัทร / โดม จารุวัฒน์ / ตั้ม วราวุธ) ปาล์มมี่ โจอี้ บอย อ๊อฟ ปองศักดิ์ เบน ชลาทิศ ชนกันต์  เป๊ก ผลิตโชค  โอ๊ต ปราโมทย์ อะตอม คชา ป๊อบ ปองกูล  และเบล สุพล รวมทั้งยังมี โซนอาหาร และ decoration สุดหรู  สามารถซื้อบัตร VIP และ VIP Plus ก่อนใครได้แล้ววันนี้ ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา

จากมิวสิคเฟสติวัล ปี 2017 ในไทย ต้อนรับฤดูหนาวที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่เราได้ไปหามาให้คุณ ได้เลือกชมอย่างจุใจ ตลอดทั้งฤดูหนาวนี้เลยล่ะค่ะ โดนใจที่ไหนบ้าง ยังไงก็รีบไปจับจองบัตรกันได้เลยนะคะ แล้วเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม แล้วมาสนุก รับสายลมหนาวกันได้เลยค่ะ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ทำความรู้จักกับ วัยรุ่น ยุค Gen Y กับไลฟ์สไตล์และมุมมองที่น่าสนใจ

ยุค Gen Y คือยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงขององค์กรต่างๆ

วัยรุ่นในยุค Gen Y นั้น เติบโตขึ้นมาท่ามกลาง ความเจริญของเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทำให้วัยรุ่นกลุ่มนี้  มี ไลฟ์สไตล์(lifestyle) ในการใช้ Internet และ Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของและ มีความชอบและสนใจทางด้าน IT เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำอะไรหลายๆ  อย่างได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี จิตอาสา ชอบช่วยเหลือสังคม และรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ไม่ค่อยมีความอดทน ซึ่งวัยรุ่น ยุค Gen Y นี้ เป็นกลุ่มคน ส่วนใหญ่ของโลก ที่มีกำลังซื้อสูง

เทรนด์ของโลกดิจิตอล ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับ วัยรุ่น ยุค Gen Y เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะวัยรุ่น ยุค Gen Y เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของโลกที่อยู่ในช่วงวัยเรียนและวัยทำงาน ซึ่งจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนองค์กรต่างๆ  ในอนาคต เราจึงควรศึกษา และทำความเข้าใจกับไลฟ์สไตล์(lifestyle) ของวัยรุ่น ยุค Gen Y นี้ เพื่อจะได้ เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการ องค์กร หรือธุรกิจของคุณ ต่อไปในอนาคตนั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ วัยรุ่น ยุค Gen Y กันก่อนนะคะ คนยุค Gen Y หรือ ยุค Millennials ก็คือ กลุ่มคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523 – 2537 หรือ (ค.ศ.1980 – 1994) เป็นกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ (lifestyle) ของการใช้เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งเราได้สรุปไลฟ์สไตล์ (lifestyle) เด่นๆ ของ คนยุค Gen Y ได้ดังนี้ ค่ะ

          ลักษณะนิสัย ของวัยรุ่น ยุค Gen Y วัยรุ่น Gen Y จะมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเอง รักอิสระ ใจร้อน ชอบความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย มีความกระตือรือร้น ไม่ชอบ การถูกบังคับให้อยู่ในกรอบ มีความอดทนน้อย ชอบสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน และต้องการความยืดหยุ่นในเรื่องเวลา

          ความสามารถในการทำงาน ของวัยรุ่น ยุค Gen Y วัยรุ่นยุคนี้ เป็นกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการสูง เพราะสมอง ส่วนซีกขวาจะทำงานค่อนข้างมาก มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สนใจด้าน IT ชอบการทำงานเป็นทีม และยังสามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังชอบความสมดุลของชีวิต คือ จะให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลา ทั้งการงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวในจุดที่สมดุลกัน

          การศึกษา ของวัยรุ่น ยุค Gen Y จะให้ความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างมาก มีความเชื่อว่า การประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิต ส่วนใหญ่จะมองว่าปริญญาตรีนั้น ไม่เพียงพออีกต่อไป จึงชอบที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะให้ความสนใจด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และ IT เป็นอย่างมาก รวมทั้งให้ความสนใจ ด้านการบริหารทางการเงิน และการลงทุนอีกด้วย

          การวางแผนครอบครัว ของวัยรุ่น ยุค Gen Y ไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับการแต่งงานมีครอบครัว มีความลังเลและไม่อยากเริ่มต้นครอบครัวเร็ว จึงมีแนวโน้ม ที่จะแต่งงานช้า จนถึงใช้ชีวิตโสดมากขึ้นค่ะ เป็นกลุ่มคน ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ มากที่สุด เพราะเป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่น ยุค Gen Y ยังให้ความสำคัญ กับความเท่าเทียมกันของเพศอีกด้วย โดยมองว่า ชายหญิง จะต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การทำงานนอกบ้าน การทำงานในบ้าน หรือการเลี้ยงลูก หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีพร้อม แล้วล่ะก็ การไม่มีลูก หรือการใช้ชีวิตโสด ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

          การใช้ชีวิต ของวัยรุ่น ยุค Gen Y การดำเนินชีวิตของคนกลุ่มนี้ จะใช้ชีวิต อยู่กับโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่าย ใช้สอย การพูดคุย ผ่าน Social Media การดูข่าวสาร ความบันเทิง และค้นคว้าหาข้อมูล ความรู้ต่าง ผ่าน Internet ชอบการเข้าสังคม ให้ความสำคัญ กับการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม สนใจ ในการดูแลสุขภาพ ของตนเอง ชอบที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชอบการท่องเที่ยว และทำกิจกรรมที่ให้ความสุขกับตัวเอง

จากไลฟ์สไตล์ (lifestyle) วัยรุ่น ยุค Gen Y จะเห็นได้ว่า คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก จึงทำให้ไลฟ์สไตล์ (lifestyle) ของวัยรุ่นยุค Gen Y มีการใช้เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทเกือบทุกด้าน ซึ่งหากเราทำความเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง เราก็จะสามารถพัฒนาศักยภาพ ของวัยรุ่น ยุค Gen Y ซึ่งมีบทบาทกับองค์กร หรือธุรกิจของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn