เทศกาลดนตรีและศิลปะ Wonder fruit

สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศเทศกาลระดับโลกและจัดงานในเมืองไทย โดยสามารถเที่ยวชมได้ในงาน Wonderfruit Festival  เทศกาลงานดนตรีและศิลปะ ซึ่งมีการจัดงานโดยมีมาตรฐานสากลระดับโลกเป็นอีกหนึ่ง งานเทศกาลที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติใน 1 ปีจัดเพียง 1 ครั้ง สามารถเที่ยวงานได้เพียงแค่ 4 วันเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่ต่างวางแผนการเดินทางมาเที่ยวเทศกาล Wonderfruit Festival  ไว้ล่วงหน้ากันเป็นแรมปี

Wonderfruit

เทศกาล Wonderfruit Festival  2018 ในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 13 -16 ธันวาคม 2561 โดยทราบหรือไม่ว่าเป็นเทศกาลที่ขายบัตรขายหมดเร็วมาก โดยเฉพาะก่อนเริ่มงานเพียง 1 อาทิตย์บัตร Wonderfruit Festival  ต่างถูกจับจองเต็มหมด จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ควรพลาดที่จะได้มีโอกาสสัมผัสเทศกาลระดับโลกซึ่งจัดในประเทศไทย การเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวเทศกาล Wonderfruit Festival  สิ่งที่ควรมีคือแว่นตากันแดด ขวดใส่น้ำ หมวก รองเท้าที่สวมใส่สบาย เสื้อสไตล์อินเดียน แนวยิปซี ซึ่งในงานนี้ผู้ที่เข้าร่วมงานจะมีสายรัดข้อมือที่มีสีแตกต่างกันตามราคาบัตรที่ซื้อเข้างาน ซึ่งการดูแลความปลอดภัยในงานมีการรักษาความความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นอย่างมากโดยมีการจัดสวนจัดโซนให้เห็นชัดเจนและบรรยากาศในงานทุกคนต่างมีความเป็นมิตรและทักทายซึ่งกันและกันโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นการแลกเปลี่ยนมิตรภาพดีๆซึ่งถ้าคุณได้ไปเที่ยวในเทศกาลแห่งนี้คุณจะได้คือเพื่อนชาวต่างชาติเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในศิลปะและงาน Handmadeโดยการแต่งตัวของผู้มาร่วมงานนิยมเป็นแนวฮิปปี้ ผสมกับฮิปสเตอร์หรือเสื้อฮาวาย โดยพนักงานแต่ละซุ้มจะมีกิจกรรม workshop เปิดให้ลูกค้าที่สนใจได้เลือกเข้าใช้บริการเช่นโยคะ การทำอาหาร การสอนทำศิลปะ ดนตรี ซึ่งแต่ละซุ้มกิจกรรมมีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน โดยภายในงานจะมีจุดบริการน้ำดื่มให้ฟรีเราสามารถเตรียมขวดเพื่อกรอกน้ำไว้ดื่มได้ตลอดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังมีจุดให้ชาร์จแบตฟรีโดยได้พลังงานจากโซล่าเซลล์ ภายในงานจะมีกระโจมขายอาหารโดยมีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยหรือเบอร์เกอร์ อาหารตะวันตก สามารถนั่งทานในจุดที่ร้านได้จัดเตรียมไว้ โดยจะเน้นเข้ากับธรรมชาติเป็นงานที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ คนแปลกหน้าสามารถทักทายกันได้ตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าบรรยากาศอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ไหนได้ง่ายๆ

Wonderfruit Festival  เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ฮิปสเตอร์ชาวไทยไม่ควรพลาดสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวคราว ของเทศกาล Wonderfruit 2018 ได้ที่เว็บไซต์ www.wonderfulfestival.com รวมถึงเตรียมใจให้พร้อมและสนุกกับงานเทศกาลดนตรีศิลปะและอาหารเพื่อดื่มด่ำธรรมชาติและจุดประกายไอเดียให้กับตัวคุณเอง

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ฟังเพลงไทยได้ไม่จำกัดกับฟังใจ

สำหรับใครที่เป็นสายฮิปสเตอร์และชอบความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครรวมทั้งมีดนตรีในสายเลือดชื่นชอบการฟังเพลงที่ไม่ใช่เพลงตลาดเพื่อเสพความสุนทรียะทางดนตรี อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความรักทางดนตรีที่ไม่เหมือนใคร โดยในปัจจุบันนี้สามารถเข้าไปค้นหาดนตรีที่มีความแปลกใหม่และไม่เหมือนใครได้ที่เว็บไซต์ฟังใจ ซึ่งได้รวบรวมศิลปินแนวอินดี้คุณภาพรวมถึงกิจกรรมต่างๆทางดนตรีเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆทางดนตรีที่คุณไม่สามารถหาได้ที่ไหน

FUNGJAI

ชุมชนของกลุ่มคนฟังเพลงและทำเพลงได้ถูกรวบรวมขึ้นที่เว็บไซต์ฟังใจเพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินและคนทำดนตรีรวมถึงนักร้องที่ชื่นชอบการทำดนตรีในสไตล์ของตัวเอง มีความเป็นเอกลักษณ์ เปิดโอกาสให้มาโชว์ผลงานบนเว็บไซต์ฟังใจเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มคนฟังซึ่งกลุ่มคนฟังที่มีความชื่นชอบดนตรีที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครได้ถูกรวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้สำหรับใครที่มีความฝันในการทำดนตรีตามความชื่นชอบของตนเองที่แห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงฝีมือโดยสามารถส่งเพลงเข้ามายังชุมชนฟังใจของเราและยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบแนวดนตรีไม่เหมือนใครสามารถโหลดแอปพลิเคชันฟังใจเพื่อสามารถเข้าฟังดนตรีในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ได้ฟรีเช่นกัน พร้อมกันนี้ทางชุมชนฟังใจยังมีการให้ความรู้ทางด้านดนตรีสำหรับกลุ่มผู้ฟังและกลุ่มนักดนตรีเรียกว่ารวบรวมทุกสิ่งมาเพื่อสายอินดี้โดยแท้ เพื่อเปิดประสบการณ์การฟังเพลงและการทำเพลงที่ดีให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังโดยเว็บไซต์ฟังใจเปิดโอกาสให้เสรีทางด้านการฟังผ่านทาง Application ในระบบ Music Streaming โดยรวบรวมเพลงไม่จำกัดค่ายหรือแนวเพลงทั่วประเทศให้ทุกคนได้ฟังผ่านเว็บไซต์หรือผ่านทาง Application ทั้ง Android และ iOS โดยผลงานเพลงทุกชิ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันในการโปรโมทให้เข้าถึงกลุ่มผู้ฟัง เปิดโอกาสให้ผู้ชื่นชอบสไตล์อินดี้สามารถซื้อเพลงได้โดยตรงหรือแม้แต่นักดนตรีที่มีความสามารถไม่จำกัดค่ายไม่จำกัดสังกัดสามารถโชว์ผลงานได้อย่างเต็มที่และมีความเสรี

ฟังใจอีกหนึ่ง Application ที่ได้รับความนิยมจากชาวอินดี้ที่มีสไตล์เป็นของตัวเองมีความรักในเสียงเพลงโดยชุมชนแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ปล่อยของ ของนักดนตรีที่มีความสามารถรวมถึงนักฟังเพลงที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองชื่นชอบดนตรีที่ไม่เหมือนใครหากใครต้องการเปิดโลกกว้างทางดนตรีเพียงแค่เปิดใจให้ฟังใจ คุณก็จะได้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆจากเสียงดนตรีที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนได้แล้ววันนี้

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

งานดนตรีระดับโลก ที่ไม่ควรพลาด

ดนตรีเป็นสิ่งที่สร้างความบันเทิงและสุนทรีย์ในจิตใจ ทำให้เราได้เพลิดเพลินไปทำท่วงทำนองที่จะปลดปล่อยความรู้สึกของตนเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้การฟังดนตรีก็มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการฟังจากอินเทอร์เน็ต แผ่นเสียง รวมไปถึงการดูคอนเสิร์ต ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเทศกาลงานดนตรีจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี เต็มไปด้วยความสนุกสนานตามสไตล์ของแต่ละคน ว่าแล้วเราไปดูกันเถอะว่างานดนตรีระดับโลกที่ไม่ควรพลาด ที่คอดนตรีควรจะหาโอกาสไปสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต จะมีที่ไหนบ้าง

music festival

Primavera Sound Festival Barcelona

เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลงานดนตรีที่ยิ่งใหญ่ของทางทวีปยุโรปเลยทีเดียว เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2001 ต่อเนื่องมาทุกๆวัน เต็มที่กันถึง 4 วัน ที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่แบบจัดเต็ม จากศิลปินชื่อดังอย่างคับคั่ง ซึ่งต้องบอกเลยว่างานดนตรีนี้ได้ชื่อว่าเป็นงานดนตรีที่คุณภาพและระบบจัดการที่ดีมาก คุณจะได้พบกับไลน์อัพที่ยาวต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 วัน ในหลากหลายแนวเพลงโดย Primavera Sound Festival Barcelona จัดขึ้นที่ Parc del Fòrum บาเซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งในปี 2018 นี้สามารถไปร่วมสนุกได้ในวันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2018

music festival

Coachella Valley Music and Art Festival

Coachella Valley Music and Art Festival เป็นอีกเทศกาลดนตรีที่เรียกได้ว่าถูกจัดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในปี 2018  มีผู้ร่วมงานแสนกว่าคนต่อวัน อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรีสุดยิ่งใหญ่ทั้งในและนอกกระแส หลากหลายแนวดนตรี พร้อมทั้งรวบรวมวงดนตรีและศิลปินชื่อดังที่น่าจับตามองไว้มากมาย เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งงานดนตรีที่ใครหลายคนอยากจะไปสัมผัสประสบการณ์สุดมันส์นี้สักครั้งในชีวิต โดย Coachella Valley Music and Art Festival ถูกจัดขึ้นที่

Empire Polo Club Indio, California ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีนี้สามารถไปร่วมสนุกได้ในวันที่ 13-15 เมษายน และ 20-22 เมษายน 2018

music festival

Fuji Rock Festival

อีกหนึ่งงานดนตรีที่หลายคนรอคอยเลยทีเดียวสำหรับ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีประจำฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น ที่จะถูกจัดขึ้นที่ Naeba Ski Resort, Niigata ในวันที่ 27-31 กรกฏาคม 2018 เป็นงานดนตรีกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีการจัดงานทั้งหมด 3 วัน มีศิลปินและวงดนตรีมากมายของญี่ปุ่นและต่างประเทศ ที่เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความสุข ละมุนไปความคลาสสิค ที่มาพร้อมกับธรรมชาติ ป่าเขา ที่บอกเลยว่าไม่ได้มีแค่เพลงร็อคอย่างเดียวกันเท่านั้น

 

นี่เป็นแค่เพียงตัวอย่างงานดนตรีระดับโลกเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนานและจัดเต็มด้านเสียงเพลงรอคุณอยู่อีกมากมาย บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

รสนิยมการฟังเพลงที่แตกต่างกันของแต่ละคน

รสนิยมการฟังเพลง

เสียงเพลงและดนตรี เป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกใบนี้คุ้นเคยกันดี ยิ่งในปัจจุบันนี้มีอินเทอร์เน็ตที่สามารถเชื่อมต่อการฟังเพลงได้หลากหลายสไตล์ หลายแนวตามความชอบ ซึ่งต้องบอกเลยว่าการฟังเพลงของแต่ละคนนั้นมีรสนิยมไม่เหมือนกัน บางคนก็ชอบฟังเพลงร็อค หรือคลาสสิค รวมไปถึงแจ๊ส,ลูกทุ่ง, ไทยสากล,อินดี้ และอื่นๆอีกมากตามรสนิยมของตนเองแล้วอะไรที่มาเป็นตัวแปรที่ทำให้คนเรามีรสนิยมการฟังเพลงที่ไม่เหมือนกัน ทำไมคนนี้ชอบฟังเพลงฮิปฮอป ทำไมตัวเราชอบฟังเพลงลูกกรุง นั่นก็สามารถมีผลมาจากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นทางสังคม การศึกษา สภาพแวดล้อม รวมไปถึงฐานะ  

 

คุณรู้หรือไม่ว่ารสนิยมการฟังเพลงนั้นสามารถที่จะส่งผลมาจากระดับชั้นทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการงาน ระดับการศึกษา รวมไปถึงตำแหน่งงานต่างๆ โดยเมื่อปี 2017 ได้มีผลงานการสำรวจจากนักสังคมวิทยาถึงแนวเพลงของแต่ละคนนั้นที่ได้รับการยืนยันว่าส่วนใหญ่แล้วที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานและการศึกษาในระดับสูงนั้นจะมีความแตกต่างจากคนทั่วไป โดยคนที่เรียนจบปริญญาตรีขึ้นไปนั้น จะชื่นชอบการฟังเพลงสไตล์แจ๊ส  โอเปร่า ป๊อป เพลงสากลและเพลงคลาสสิคมากกว่าคนที่มีการศึกษาในระดับที่น้อยลงมาสำหรับคนที่อยู่ในสถานะทางสังคมระดับล่างหรือการศึกษาในระดับที่น้อยลงมากนั้นจะนิยมฟังเพลงเก่า เพลงแนวแร็ป ร็อค เพลงเก่าสบายๆ รวมไปถึงเพลงลูกทุ่ง ที่จะไม่ค่อยชื่นชอบฟังเพลงแนว โอเปร่า ป๊อป เพลงสากลและเพลงคลาสสิค สักเท่าไหร่

รสนิยมการฟังเพลง

ทั้งนี้ในเรื่องของรสนิยมการฟังเพลงของแต่ละคนนั้นก็ไม่จำเป็นที่ต้องขึ้นอยู่กับสถานะทางสังคมอยู่เสมอไป เพราะอาจจะมาจากวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ครอบครัว การเรียนรู้ต่างๆ รวมไปถึงแนวทางความชอบที่ทุกคนสามารถที่จะเลือกฟังได้อย่างอิสรเสรีโดยที่ไม่ได้มีการบังคับหรือแบ่งแยกอะไร หรือในบางครั้งก็อาจจะมาจากความคุ้นเคย ที่คนในครอบครัวชอบฟัง กลุ่มเพื่อนชอบฟัง ที่จะทำให้เราเกิดความคุ้นชิ้นมากขึ้นไปด้วย

 

ซึ่งในปัจจุบันนี้อินเทอร์เน็ตก็ได้นำมาซึ่งความทันสมัยและความเปิดกว้างเรื่องเสียงเพลงมากยิ่งขึ้น ด้วย Music Streaming แอพพลิเคชั่นการฟังเพลงที่จะให้คุณเลือกหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ตามต้องการ เปิดโอกาสให้คุณได้รับฟังเพลงแบบใหม่ๆ เปิดโลกดนตรีแบบไม่มีจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงแอพพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง JOOX,Spotify หรือ Apple Music ก็เรียกได้ว่าไม่มีฐานะทางสังคม ขีดจำกัดด้านการศึกษาหรือสภาพแวดล้อมที่จะปรับเปลี่ยนรสนิยมของคุณได้แน่นอน นอกจากอยู่ที่คุณเลือกฟัง

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn
เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

สร้อยข้อมือและกำไลถือว่าเป็นเครื่องประดับคู่ใจของหญิงสาวและชายหนุ่มทั่วๆไปเลยทีเดียว เพราะเป็นตัวช่วยที่เข้ากับเครื่องแต่งกายได้เป็นอย่างดี เสริมภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งการเลือกซื้อสร้อยคอมือหรือกำไลนั้นไม่ได้จะต้องคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ควรพิจารณาถึงสรีระ รูปร่างและแขน เพื่อที่จะเลือกให้เหมาะสมและสวมใส่ออกมาได้ดูสมบูรณ์แบบมากที่สุด ว่าแล้วเราไปศึกษาเคล็ดลับดีๆกับคำแนะนำในการเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดกัน

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเล็ก

คนที่มีข้อมือหรือแขนเล็กผอมนั้น สามารถที่จะเห็นกระดูกบริเวณข้อต่อมือได้อย่างชัดเจนจนทำให้ดูผอมแห้ง เก้งก้าง เพราะฉะนั้นคนแขนเล็กควรเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่มีลักษณะแบนราบหรือค่อนข้างหนา และมีขนาดใหญ่ เช่นสร้อยข้อมือแบบไข่มุกเม็ดเล็กๆ สร้อยข้อมือที่เรียงซ้อนกันหลายๆชิ้น โดยกำไลข้อมือไม่ควรจะหลวมมากจนเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้ดูไม่สวยและเน้นรูปแขนมากจนเกินไป

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเรียว

เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบและเหมาะสมกับการสวมใส่สร้อยข้อมืออย่างมากเลยทีเดียว สำหรับคนแขนเล็กที่คุณสามารถสวมใส่กำไลได้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ก็ควรที่จะเลือกสร้อยข้อมือที่เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายและสีผิวของคุณเพื่อที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นและไม่หมองไปกับเครื่องแต่งกายที่กลบ

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนอวบ

สำหรับคนที่มีแขนอวบ ข้อมือใหญ่หรือรูปแขนกลม ควรเลือกสร้อยข้อมือและกำไรที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก หลวมสามารถที่ไปขยับหรือเลื่อนไปมาได้  สร้อยข้อมือลักษณะนี้จะช่วยอำพรางข้อมือของคุณให้เรียวเล็กและดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

 

สร้อยข้อมือกับเครื่องแต่งกาย

สำหรับการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้น ไม่ควรที่จะเลือกสร้อยคอมือที่มีสีไปในโทนเดียวกันกับเครื่องแต่งกายมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้กำไลของคุณดูหมอง ควรเลือกสีที่ตัดกันหรือสีที่เด่นรวมไปถึงมีจี้และลวดลายที่มีสีสันเพื่อที่จะทำให้เสริมการแต่งกายให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณอาจจะเลือกกำไลข้อมือให้เข้ากับรูปแบบการแต่งตัว เช่นถ้าหากแต่งตัวชุดเดรสเซ็กซี่ ก็อาจจะสวมสร้อยข้อมือสแตนแลสหรือกำไลที่มีความเรียบหรูเพื่อที่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

 

และนี่ก็เป็นข้อควรรู้ในการเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่จะช่วยทำให้ทุกการแต่งกายและลุคของคุณดูสวยงาม โดดเด่นและมีเสน่ห์

 

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018

ในปี 2018 นี้ได้ชื่อว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาหลายๆด้านอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การทำงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ การสื่อสาร การซื้อขายสินค้าและบริการ พร้อมทั้งสิ่งต่างๆอีกมากมายที่เรียกได้วาคุณจะต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะต้องตามกระแสโลกให้ทัน แต่เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของคุณให้มีการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราไปศึกษาสิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆได้อย่างมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 2

 

เตรียมพร้อมสู่สังคมไร้เงินสด

สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ที่จะเห็นได้จากมีการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรม QR Code Payment การชำระค่าบริการและสินค้า ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น คุณจะสามารถหยิบมือถือขึ้นสแกนจ่ายเงินได้แม้แต่ในแผงลอย ในตลาดสดทั่วไป รวมไปถึงร้านค้าและธุรกิจห้างสรรพสินค้า เพราะฉะนั้นทั้งตัวผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจก็จะต้องทำการศึกษาข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง QR Code เพื่อที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการใช้ QR Code ยังมีระบบการป้องกันที่ปลอดภัย มีความรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นอย่างมาก

 

เรียนรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยี

ในปี 2018 นี้คุณจะได้เห็นการพัฒนาและการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมามากมายที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ AI ที่จะสามารถเข้าถึงมนุษย์ได้ดีมากกว่าเดิม จะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเกิดขึ้นใหม่ในหลายๆด้านทั้งเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ไฮเทค ที่เรียกว่าน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะติดตามข่าวสาร เรียนรู้และศึกษาเรื่องราวต่างๆเพื่อที่จะรู้เท่าทันเทคโนโลยีและโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ดีมากขึ้น

 

 

พัฒนาทักษะในการทำงานของตนเอง

ในปัจุบันนี้เทคโนโลยีสามารถที่จะนำมาใช้ในด้านธุรกิจต่างๆได้ดีมากยิ่งขึ้น และกำลังเข้าสู่ยุค  Staffless Society ที่จะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนแรงงานมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจและกำลังคน ลดปัญหาด้านแรงงาน อีกทั้งเทคโนโลยียังได้มีพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์อีกด้วย เรียกง่ายๆก็คือ จะมีอัตราการว่าจ้างที่ลดน้อยลง หรือมีปลดพนักงานในธุรกิจต่างและเน้นไปใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีต่างๆมากยิ่งขึ้น

 

เห็นได้ชัดจากประเทศญี่ปุ่นที่ในซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่งไม่มีพนักงานบริการ แต่ใช้เทคโนโลยีในการเก็บเงิน สแกนสินค้า นำสินค้าใส่ถึงได้อย่างอัตโนมัติ รวมไปถึง สนามบินของประเทศสิงคโปร์ที่ไม่ใช้พนักงานในการทำงาน โดยทุกอย่างจะเป็นระบบที่ผู้โดยสารทำเองหมดตั้แต่โหลดกระเป๋าใส่ใต้ท้องเครื่อง สแกนพาสปอร์ต การขึ้นเครื่อง การตรวจเช็คต่างๆนอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรงแรมที่ให้ผู้เข้าพักทำการเช็คอินและเช็คเอาท์แบบอัตโนมัติและสะดวกรวดเร็วด้วยตนเอง

 

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีในด้านความสะดวกรวดเร็วและสบาย แต่ทั้งนี้ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับคนทำงานมนุษย์ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำและเตรียมพร้อมไว้เลยก็คือ พัฒนาและฝึกฝนทักษะด้านการทำงานของตนเองให้มีคุณภาพและทำได้หลากหลาย ทั้งทักษะด้านภาษา ภาวะความเป็นผู้นำ การเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อที่แสดงศักยภาพให้เห็นว่าเรายังพร้อมสำหรับการทำงานอยู่ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายบริษัทในประเทศไทยที่เริ่มวางแผนปลดพนักงานและปิดสาขา เพื่อที่จะมาเน้นการใช้งานเทคโนโลยีแทน เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อยู่เสมอ

 

 

 สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 3

 

 

ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ

ในปี 2018 นี้โซเชียลเน็ตเวิร์คยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจเข้ามาเป็นตัวเลือกและมากไปกว่านั้นก็คือการเสพข่าวและสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกออนไลน์ที่จะพิจารณาไตร่ตรองให้ดีทุกคน ใช้ในทางที่ถูกที่ควร คิดก่อนโพสต์ทุกครั้ง กดแชร์อย่างมีสติ แยกแยะสิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่ควรถอยห่าง ใช้โซเชียลมิเดียให้เกิดความสุและประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้นได้มีทั้งข่าวปลอม การแชร์ภาพด้านลบที่ไม่เป็นความจริง หรือการโต้ตอทะเลาะกันรุนแรงและมีแนวโน้มว่าปีนี้จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้

 

นอกจากในนี้ในปี 2018 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ภาวะโลกร้อนยังคงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆรวมไปถึงความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ  การทำงาน การใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากจนเกินไปและอื่นๆอีกมากมายที่จะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นให้คุณหันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง

 

ที่สำคัญในปี 2018 นี้อย่าลืมที่ติดตามข่าวสารรอบตัว สิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่จะเกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเราเสมอ ทั้งด้านธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี ด้านการลงทุน และสิ่งต่างๆและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยี สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

เทศกาลดนตรีต้นปี 2018

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ดนตรียังคงเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่ได้มีวงดนตรีหลากหลายแนวเกิดขึ้นมากมาย ที่สำคัญมีเทศกาลดนตรีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความผ่อนคลาย เพลิดเพลิน สนุกสนานและเป็นศูนย์รวมของคนคอดนตรีในสไตล์ต่างๆ เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่มีเทศกาลดนตรีชื่อดังเกิดขึ้นมากมาย แต่ละงานเต็มไปด้วยความหลากหลายที่ผสมผสานเข้ากับความทันสมัย รวมไปถึงนักร้องนักดนตรีภายในงานที่มีคุณภาพ พร้อมเสิร์ฟความสนุกให้กับผู้ชมอย่างเต็มที่ แสง สี เสียงที่เต็มไปด้วยความตระการตา น่าตื่นตาตื่นใจ มีพื้นที่สำหรับผู้คนอย่างเพียงพอ เรียกได้ว่าเทศกาลดนตรีได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

เทศกาลดนตรีต้นปี 2018

และในปี 2018 นี้ก็ยังเต็มไปด้วยเทศกาลดนตรีที่น่าสนใจมากมาย แต่ละเวทีแต่ละงานนั้นได้เตรียมความพร้อมที่จะมาปลดปล่อยเสียงดนตรีเพื่อสร้างความสนุกให้กับแฟนเพลงอย่างเต็มที่ เพราะนั้นเราจึงได้ทำการรวบรวมเทศกาลดนตรี ต้นปี 2018 ที่จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้กับคุณมากยิ่งขึ้น

 

1.Cheeze Carbootsale Festival 2018

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีที่หลายคนรอคอยเลยทีเดียวสำหรับ Cheeze Carbootsale Festival 2018 หรือ เทศกาลงานเปิดท้ายขายของริมภูเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด กลับมาครั้งนี้เรียกได้ว่เต็มไปด้วยคาราวานเปิดท้ายขายของจากร้านค้านยอดนิยมทั่วประเทศที่ทอดยาวให้คุณได้เลือกกันอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเตรียมตัวพบกับดนตรี 1 เวทีสุดอลังการ ที่มีศิลปินที่เต็มไปด้วยคุณภาพ หาฟังยากเพียงแค่เอ่ยชื่อคุณจะต้องคิดถึงและรู้สึกตื่นเต้นอย่างแน่นอน จัดเต็มมาทั้งหมด 30 วง 2 วัน  2 คืน อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้คุณได้ปาร์ตี้แบบ 3 เวที 3 สไตล์ จากสุดยอดกลุ่มนักจัดปาร์ตี้มืออาชีพของประเทศไทย เท่านี้ยังไม่พอ มีบูธร้านอาหารและ Food Truck จัดเต็มไปด้วยบริการคุณแบบคุณภาพ รสชาติอร่อย อีกทั้งยังคุ้มค่าด้านราคาอีกด้วย สำหรับงาน Cheeze Carbootsale Festival 2018 จัดขึ้นวันที่ 3 – 4 กุมภาพันธ์ 2018 นี้ ณ 8Speed Motor Track เขาใหญ่ ราคาบัตรเริ่มต้นที่ 800 บาท

 

2.Chang Music Connection Present Rimpha Music Festival 6 “SIXPERHERO”

กลับมาอีกครั้งแล้วสำหรับเทศกาลดนตรี Chang Music Connection Present Rimpha Music Festival 6 “SIXPERHERO” ที่เหล่าฮีโร่จะมาช่วยคุณจัดการกับความเศร้า ต่อเติมความสุข ขจัดความทุกข์ให้หายไป พร้อมพาคุณเข้าสู่โลกแห่งดนตรีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความมันส์แบบจัดเต็ม พื้นที่แห่งความสนุกนี้ได้เนรมิตอาณาเขตที่ยิ่งใหญ่ ในรูปแบบใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมกับ 2 เวที 1 โซนสำหรับดีเจ 5 โซนชิคแอนด์ชิลล์ พร้อมทั้งอีก 1 หมู่บ้านริมผา มีศิลปินรวมกว่า 40 ชีวิตพร้อมทั้งดีเจอีก 20 คน สามารถเดินทางไปในดินแดนแห่งความหฤหรรษ์ที่ได้ที่  เขาใหญ่ ถ.ธนะรัชต์ ในวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2018 ราคาบัตรปกติ 1,300 บาท และ  Superbird 1,000 บาท

 

 

3.Kolour In The Park presented by Singha Music

กลับมาอีกแล้วสำหรับงาน Kolour In The Park ประจำปีครั้งที่ 4 ภายใต้ชื่อ Kolour In The Park presented by Singha Music จากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานปาร์ตี้และอีเว้นต์แบบเต็มวันและสุดยอดเป็นอย่างมาก เทศกาลดนตรีกลางแจ้งแนวเทคโนและเฮาส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร จัดที่บริเวณ บึงไทยเวค พาร์ค ลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2018 มีศิลปินชื่อดังมาร่วมงานเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Nakadai ไอคอนเพลงเทคโนชื่อดังชาวไทยที่ได้ไปตั้งถิ่นฐานที่เบอร์ลิน,คู่ดูโอสัญชาติเยอรมันที่มาพร้อมกับเพลงจังหวัดสไตล์โซลผสมผสานกับฮิพฮอพอย่าง Mat.Joe และศิลปะคุณภาพที่จะมาสร้างความสนุกและเพลิดเพลินให้คุณเป็นอย่างมาก

 

 

4.Rock and Roll Come Back 4×4

เป็นอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีที่หลายคนรอคอยเลยทีเดียวสำหรับ Rock and Roll Come Back ที่ได้จัดขึ้นปีที่ 4 โดย เล็ก ฮิวโก้ เจ้าพ่อวงการเพลง Rock and Roll ที่จับมือรวมกับเอก Zerohero ,ใหม่ สิบล้อ พร้อมพี่น้องศิลปินชื่อดังมากมาย ทั้งวี วิโอเล็ต, Zerohero Brown Flying Chanudom Southern boys asss สหายแห่งสายลม ศิลปินคุณภาพอีกกว่า 20 วง  โดยภายในงานจะถูกจัดขึ้นภายใต้ธีมงานมังกรเฝ้าสมบัติ ที่จะเน้นใช้สีน้ำตาลและสีเหลือง เรียกได้ว่าคุณจะได้สัมผัสกับความมันส์และความอบอุ่นอย่างเต็มที่ เทศกาลดนตรี Rock and Roll Come Back จัดขึ้น ณ ไร่ชมอิน เขื่อนกระเสียว ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์  2018

 

  1. Sunset Beach Music Festival 2018 Thailand

เป็นอีกเทศกาลดนตรีที่คุณไมควรพลาดเลยทีเดียวสำหรับ Sunset Beach Music Festival 2018 Thailand เทศกาลดนตรีเรกเก้สกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  เต็มไปด้วยศิลปินคุณภาพที่พร้อมจะมาจัดเต็มความมันส์ นำทีมโดย สิงโต นำโชค, T-BONE, JOB 2 DO, SRIRAJAH ROCKERS, DEEP ‘O’ SEA’S, GOLD RED, SAMAINAINIYOM เป็นต้น Sunset Beach Music Festival 2018 Thailand พร้อมระเบิดความสนุกสนานในวันที่ 31 มีนาคม 2018  ณ ร้านปลาทู หาดชะอำ ตั้งแต่เวลา 13.00 – 01.00 น.

 

 

เพียงแค่ต้นปีเท่านั้นก็มีเทศกาลดนตรีมากมายที่น่าสนใจรอให้คุณเข้าไปเยี่ยมชมและร่วมสนุกสนาน แต่ละงานเต็มไปด้วยศิลปินชื่อดัง พร้อมจัดเต็ม แสง สี เสียงให้คุณได้ระเบิดความมันส์อย่างเต็มที่ หากคุณชอบดนตรีแนวไหน หรือกำลังรอเทศกาลดนตรีใดอยู่ อย่าลืมที่จะไปจองบัตรและร่วมงาน รับรองเลยว่าจะต้องทำให้คุณประทับใจและสนุกอย่างเต็มที่แน่นอน

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

สอบอ่าน IELTS ยากแค่ไหน

โดยทั่วไปการสอบอ่าน IELTS ใกล้เคียงกับการอ่าน ทั่วไป แม้ว่าเรื่องและคำศัพท์จะใช่ คำที่ใช้ทั่วไป ส่วนใหญ่การอ่าน IELTS จะเป็นงานวิจัย บทความเชิงวิชาการ เช่นวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ คำศัพท์ สำนวน รูปแบบประโยคต่างๆ จึงเป็นความยากของการสอบอ่าน IELTS

 

สอบอ่าน IELTS ยากแค่ไหน

แต่นั่นไม่ยากเท่า คือ ภาษาท้องถิ่น ในบทความเพราะการสอบอ่าน IELTS ไม่ได้มีแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น อาจะจะมีภาษาเชิงวิชาการ ภาษาท้องถิ่น อย่างที่หาอ่านได้จากสื่อสิ่งพิมพ์หรือคลาสเรียนของมหาวิทยาลัย เช่น ภาษาละติน

ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ อาจจะง่ายกว่า เมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษวิชาการ ที่มีรากภาษาเดิมมาจากภาษาละติน ยิ่งถ้าภาษาพื้นฐานของคุณ ไม่ใช่ภาษาละติน เป็นภาษาอังกฤษแท้  คุณต้องตอบคำถามทั้งหมดใน 60 นาที นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ IELTS แม้แต่สำหรับผู้อ่านภาษาอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญมากๆ ยังต้องค่อยๆอ่านช้าๆ เพื่อทำความเข้าใจ ในบทความนั้น

คุณอาจจะเคยอ่านบทความภาษาอังกฤษเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อเรียนรู้มามาก  แต่ที่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้คะแนนสูงสุดในการอ่าน  เพราะการสอบอ่าน IELTS เน้นที่การสมบูรณ์แบบ ฝึกอ่านบทความวิจัย บทความเชิงวิชาการบ่อยๆอาจช่วยให้คุณสอบผ่านอ่าน IELTS ได้ดี

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

Gen-Z คือ คำนิยามล่าสุดของเด็กรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันหรือกลุ่มคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมายมาย แต่การเกิดมาพร้อมสิ่งเหล่านี้ก็มีข้อเสียที่ทำให้คน Gen-Z ไม่ชอบความลำบาก ทั้งยังจะหลีกเลี่ยงและทำทุกอย่างให้ตัวเองสบายมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก จึงไม่แปลกที่คน Gen-Z สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีและเกาะติดกระแสกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค แถมยังใช้ชีวิตแบบมีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 แต่น่าเสียดายตรงที่คน Gen-Z มักจะทนหรือจดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน เบื่อง่าย ไม่ชอบการรอคอยใด ๆ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามามักจะมาในลักษณะมาเร็วไปเร็ว ซึ่งความรวดเร็วนี้ทำให้คน Gen-Z ไม่ค่อยมีความอดทน เอาแต่ใจ และเอาตัวเองเป็นที่ตั้งของทุก ๆ สิ่งอย่างมาก

 

ถึงจะมีข้อเสียแบบนั้นแบบนนี้ แต่คน Gen-Z ก็สามารถปรับตัวได้อย่างเร็วในทุกสถานการณ์ และเปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รวมถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับประเพณีหรือวัฒนธรรมในรูปแบบเดิม ๆ ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคน Gen-Z ค่อนข้างที่จะมี Passion มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักตัวตนของตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด และไม่เคยหยุดพัฒนาตนเอง เชื่อหรือไม่ว่าคน Gen-Z จะสามารถดึงความสามารถออกมาได้แบบขีดสุดเมื่อเกิดการแข่งขันหรือเกิดการเปรียบเทียบ เนื่องด้วยคนกลุ่มนี้ชอบเอาชนะ ทำให้มีความกระตือรือร้นในการแข่งขันมากเป็นพิเศษ

 

 

เด็กหรือวัยรุ่นที่เกิดใน Gen-Z ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวที่สูง และจะเปิดใจกับคนที่สนิทและไว้ใจได้เท่านั้น แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะดูเหมือนไม่มีเป้าหมาย เพราะไม่ค่อยพูดหรือบอกความในใจออกมาทั้งหมดว่าจะทำอะไร แผนการในชีวิตเป็นยังไง แต่ทั้งหมดนี้ คน Gen-Z คิดไว้อยู่แล้ว เพราะคน Gen-Z จะมีการวางแผนหรือคิดถึงตัวเองในอนาคตไว้ตลอดเวลา มีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วค่อย ๆ วิ่งตามสิ่งที่ต้องการ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่สร้างปัญหาให้กับผู้ปกครองหรือคนรอบข้างของกลุ่มคน Gen-Z คือ ความคิดที่ว่าคนทุก Gen จะต้องมีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันในทุกระดับชนชั้น เพราะคน Gen-Z มักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของอายุหรือลำดับชั้น โดยเฉพาะยศฐาบันดาศักดิ์ต่าง ๆ จึงทำให้คนต่าง Gen มองคน Gen-Z ว่าขาดกาลเทศะหรือความเคารพและหยิ่งยโสเป็นที่สุด

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คน Gen-Z ก็ยังต้องการความรัก ความสนใจการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉาพะคนต่าง Gen ที่เป็นคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับคเลื่อนให้คน Gen-Z เข้าอกเข้าใจผู้อื่นและนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง การฝึกอบรมและเข้าใจคน Gen-Z จึงเป็นหน้าที่ของคน Gen ต่าง ๆ เพราะ Gen-Z คือกลุ่มคนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนคนในสังคมต่อไปในภายภาคหน้า

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ดนตรีกับชีวิตประจำวัน

ดนตรีคือชีวิต

ในการดำเนินชีวิตของคนเรานั้น นอกจากเราจะต้องการปัจจัยสี่ ในการดำเนินชีวิตแล้วเราก็ยังต้องการสิ่งที่ จะมาจรรโลงใจอีกด้วยเพราะบ่อยครั้ง ที่เรามักจะเกิดความไม่สบายใจ เกิดความเหงา ความกังวลใจ มีความเครียด หรือเกิดความหวาดกลัว เสียงดนตรีจึงกลายเป็นสิ่งหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนเรา ตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะแทบจะไม่มีวันไหนเลยใช่ไหมล่ะค่ะ ที่เราจะไม่ได้ยินเสียงดนตรี ซึ่งเราคงจะคุ้นเคยกับดนตรี กันมาช้านาน แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว ดนตรี มันคืออะไร กันแน่

ความหมายของดนตรี ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายไว้ว่า “เสียงที่ประกอบกันเป็นทำนองเพลง เครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดังทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศกหรือรื่นเริง” ดนตรีจึงถูกนำมาใช้เป็นสื่อ ที่ในการบ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ขับร้อง หรือบรรเลงดนตรี ที่สามารถสัมผัสถึงผู้ฟัง ให้รับรู้ได้ง่าย และยังช่วยทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน และเกิดความสุขจากการฟังดนตรีอีกด้วย ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ดนตรีได้มีบทบาทสำคัญ ในการทำกิจกรรมต่างๆแทบทุกกิจกรรม ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ด้านต่างๆ ดังนี้

          ดนตรี กับศาสนา และพิธีกรรม ในศาสนา และพิธีกรรมตามความเชื่อของ แต่ล่ะบุคคล ดนตรีได้ถูกนำมาใช้ เช่น ใช้ในบทสวด หรืออธิษฐานขอพร การบวงสรวง บูชา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ใช้ทำสมาธิ และใช้เป็นส่วนประกอบของพิธีการต่างๆ เช่น การเปิดงาน ปิดงาน

          ดนตรี กับวัฒนธรรมประเพณี แต่ล่ะท้องถิ่น ก็จะมีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกันไปดนตรีก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สำหรับประเพณีไทยดนตรีจะถูกนำมาใช้ทั้งงานรื่นเริงและงานที่แสดงถึงความโศกเศร้า หรือแม้แต่ประเพณีที่เกี่ยวกับพระราชพิธีต่างๆ  ก็ล้วนมีดนตรีมาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น

          ดนตรี กับการศึกษา ในการเรียน การสอน ได้นำดนตรีมาใช้เป็นสื่อให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เกิดความสนุกสนาน พัฒนาสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจในการเรียน  ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ดนตรียังช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี นาฏศิลป์ และการขับร้องอีกด้วย

          ดนตรี กับสุขภาพ ดนตรีมีผลต่อ สุภาพร่างกายของคนเรา ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต และระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ และยังลดหรือบรรเทาความเจ็บปวดของร่างกายได้ดีอีกด้วย

          ดนตรี กับสังคม และสถาบันต่างๆ ดนตรีช่วยให้เราเกิดความรัก ความสามัคคี มีความยึดมั่น เคารพเทิดทูนในสถาบันของตนเอง เป็นเครื่องบำรุงจิตใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ร่วมกับผู้อื่นได้ดี และยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกัน อีกด้วย

          ดนตรี กับจิตวิทยา ดนตรีมีผลอย่างมากต่อจิตใจของคนเราค่ะช่วยให้เราเปลี่ยนจากนิสัยที่ก้าวร้าว เป็นอ่อนโยนลงได้ ทำให้เรามีสติ มีสมาธิมากขึ้น ช่วยจรรโลงใจ ส่งเสริมสุขภาพจิตและช่วยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น

          ดนตรี กับอาชีพ ธุรกิจ ดนตรีช่วยให้เรา สามารถสื่อสารกับผู้รับได้ดี มากกว่าการสื่อสารโดยการพูด หรือการบรรยาย ช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น ใช้ประกอบการประชาสัมพันธ์ หรือการโฆษณา ช่วยกระตุ้นให้ เราสามารถทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เรามีโอกาสประสบผลสำเร็จ ในการประกอบอาชีพได้มากยิ่งขึ้น

          ดนตรี กับกีฬา  ดนตรีได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของการเล่นกีฬา ต่างๆ เพราะทำให้เกิดความครึกครื้น สนุกสนาน สร้างความฮึกเหิม ในการแข่งขันสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีมและช่วยให้ผู้เล่นมีกำลังใจ ในการแข่งขันมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าดนตรี เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเราตั้งแต่เกิดจนตายเพราะไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมใดก็ล้วนมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้นเลยล่ะค่ะดนตรีเป็นสุนทรียศาสตร์ เมื่อเราได้ฟังดนตรี เราจะเกิดความสบายอกสบายใจเป็นเครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้เกิดความสุข สนุกสนานสงบและผ่อนคลาย เราจึงได้พัฒนา สร้างสรรค์ดนตรีควบคู่กับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเชื่อ เป็นศิลปะในการสื่อสาร ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ไปสู่ ผู้ฟัง ที่ง่ายต่อการสัมผัส ดนตรีจึงเป็นภาษาสากล ที่ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ภาษาใด ก็สามารถรับรู้ และเข้าใจ อรรถรสของดนตรีได้เป็นอย่างดี

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn