เพลงอะคูสติก ฟังง่าย ฟังสบายทุกเพศทุกวัย

ดนตรีเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความบันเทิงให้กับคนเราเป็นระยะเวลานานเลยล่ะค่ะ เพราะดนตรีเมื่อสมัยก่อนนั้นมาจากธรรมชาติ เครื่องดนตรีก็เช่นกันค่ะ ในปัจจุบันนั้น เรามีเครื่องมีในการผลิตเครื่องดนตรีอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ มีการคิดค้นเครื่องดนตรีที่มากกว่าในสมัยก่อน วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตก็มีมากมายอีกด้วยล่ะค่ะ

เนื่องจากเครื่องดนตรีนั้นผลิตออกมาหลากหลายให้เข้ากับยุคสมัย เพลงแนวต่าง ๆ จึงต้องนำเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เพลงมีความไพเราะและซับซ้อนมากขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่มีความถนัดในเครื่องดนตรีที่เล่นยาก เช่น เบส กีตาร์ กลองชุด เป็นต้น แต่คุณทราบหรือไม่ว่า คุณก็สามารถทำเพลงได้ โดยมีเครื่องดนตรีเพียงแค่ชิ้นเดียวค่ะ นั่นก็คือ การทำเพลงแนวอะคูสติกนั่นเอง

เพลงแนวอะคูสติกนั้นเป็นเพลงที่สบาย ๆ สามารถฟังได้ทุกคนเลยทีเดียวค่ะ จังหวะของดนตรีนั้นจะเป็นจังหวะที่ช้าหรือปานกลาง ไม่เร็วมาก จังหวะไม่หนักหูเลยค่ะ การเล่นเพลงแนวอะคูสิกนั้นเพียงแค่ใช้เครื่องดนตรีชิ้นเดียวอย่างกีตาร์โปร่งหรือจะเป็นอะคูเลเล่ก็สามารถเล่นได้แล้วล่ะค่ะ แต่ก็สามารถใช้เครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ อย่างเปียโน เครื่องเคาะจังหวะ เป็นต้น มาเสริมให้เพลงน่าฟังยิ่งขึ้นก็ได้ค่ะ

ข้อดีของเพลงอะคูสติก

– สามารถฟังได้ทุกคน

เพลงอะคูสติกนั้นเป็นเพลงที่มีจังหวะปานกลาง เสียงดนตรีสบาย ๆ ไม่หนักเหมือนเพลงร็อกและเพลงเมทัล รับรองว่า ไม่ว่าคุณจะมีเพศใดหรืออยู่ในวัยไหนก็สามารถฟังได้อย่างสบายเลยล่ะค่ะ เป็นแนวเพลงที่ใครฟังก็ต้องชอบอย่างแน่นอน

– เล่นง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องดนตรีมาก

สำหรับผู้เล่นดนตรี การเล่นเพลงในแนวอะคูสติกนั้นไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยล่ะค่ะ เพราะเพียงแค่มีกีตาร์โปร่งหรืออะคูเลเล่ 1 ตัว คุณก็สามารถที่จะเล่นเพลงอะคูสติกได้แล้วล่ะค่ะ ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะคะ ใครเป็นมือใหม่ก็ลองฝึกจากเพลงแนวนี้ได้เช่นกันค่ะ

– ช่วยให้จิตใจสงบและสบาย

การฟังเพลงที่มีจังหวะช้า ๆ แบบนี้จะทำให้จิตใจของเราสงบมากขึ้นนะคะ เหมาะสำหรับการฟังให้เกิดสมาธิอีกด้วยล่ะค่ะ ยิ่งฟังทำนองเพลงอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องมีเนื้อร้องเลยก็ยิ่งดีค่ะ รับรองว่าฟังแล้วจิตใจของคุณจะสงบมากขึ้น เหมาะสำหรับการฟังในขณะที่กำลังอ่านหนังสือ หรือหากคุณนอนไม่หลับ คุณก็สามารถเลือกเพลงอะคูสติกได้เช่นเดียวกันค่ะ หวังว่าคุณจะชอบมันนะคะ เพราะเป็นเพลงที่มากกว่าแหล่งให้ความบันเทิงจริง ๆ ค่ะ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ที่นอนยางพารารักษาอาการอาการปวดหลังได้จริงหรือ

            สำหรับยุคนี้เป็นที่พูดถึงกันมากทีเดียวค่ะ สำหรับที่นอนยางพารา เพราะนอกจากเรื่องของความคงทนที่ใช้งานได้นานถึง 20 ปีแล้ว ยังมีประโยชน์และคุณสมบัติด้านอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นที่นอนยางพาราแท้ 100% แล้วล่ะก็ ยิ่งดีเลยล่ะค่ะ ฟังมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า  เอ๊ะ!!! มีที่นอนยางพาราที่ไม่ใช่ 100% ด้วยหรือ?? แน่นอนค่ะ เพราะความที่ต้นทุนของที่นอนยางพาราค่อนข้างสูง ทำให้ราคาขายจึงต้องสูงตามไปด้วย ดังนั้นในกระบวนการผลิต จึงเริ่มมีกรรมวิธีในการผลิต โดยใช้ ฟองน้ำ  ใยสังเคราะห์ ใยมะพร้าว เหล่านี้มาใช้ผสมเข้าไปกับยางพาราด้วย สิ่งที่ได้ก็คือ ที่นอนยางพาราที่มีน้ำหนักเบาขึ้น และคุณภาพก็ลดลงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

นอนยางพาราช่วยเรื่องการลดอาการปวดหลัง

สำหรับที่นอนยางพารา 100% จะมีความทนทานมาก มีความยืดหยุ่น มีแรงรับน้ำหนักของเราเป็นอย่างดี ปลอดสารพิษ ที่สำคัญคือไม่สะสมความชื้น จึงไม่มีเชื้อรา และแบคทีเรียต่างๆ ทำให้ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ดังนั้นเวลาใช้ เราไม่ต้องยกออกมาตากแดดหรือทำความสะอาดใดๆ เพียงแค่วางในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพียงเท่านี้ก็ดีงามมากแล้วค่ะ นอกจากนี้ที่นอนยางพารายังออกแบบมาให้สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมความร้อน เนื่องจากมีโฟมยางเล็กๆ นับล้านๆ และมีรูระบายอากาศจำนวนมากนั่นเองค่ะ ซึ่งโฟมยางนี้จะยังคงความหนาแน่แม้ว่าอุณหภูมิของห้องจะเปลี่ยนไป  ต่างจากที่นอน Memory Foam ที่ความหนาแน่นจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ ดังนั้นในการเลือกที่นอน แม้กระทั่งที่นอนยางพาราด้วยกันเอง จึงต้องเลือกให้ดี และควรเลือกที่เป็นที่นอนยางพาราแท้ 100% เท่านั้น หรือจะดูตามความหนาแน่นของยางพารา ยิ่งมีความหนาแน่นมาก ยิ่งรับน้ำหนักได้ดีนั่นเองค่ะ

พูดถึงเรื่องความหนาแน่นของที่นอนยางพารา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วที่นอนที่หนาแน่น (Density) ตั้งแต่  85 ก็จะยิ่งสามารถรับน้ำหนักได้ดี ซึ่งคุณสมบัติเรื่องการรับน้ำหนักจะสามารถรองรับสรีระต่างๆ ในการนอน ไม่ว่าจะเป็นการนอนหงาย นอนตะแคงหรือตอนพลิกตัวไปมา  ซึ่งจะช่วยเรื่องการลดแรงกดทับสาเหตุหลักของการปวดหลัง หรือรุ่นที่มีความหนาแน่น(Density) ที่ 95 / 110 ก็จะเหมาะกับผู้ที่เป็นหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ซึ่งเป็นความหนาแน่นที่จะช่วยรับน้ำหนักช่วงเอวและช่วงสะโพกได้ดี และด้วยคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ที่นอนยางพาราช่วยเรื่องการลดอาการปวดหลังได้นั่นเองค่ะ ส่วนใครที่ไม่มีปัญหาเรื่องอาการปวดหลัง หรือเรื่องหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สามารถเลือกใช้แบบนุ่มซึ่งความหนาแน่นของที่นอน  (Density) อยู่ที่ประมาณ 65 ได้เลย

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn
hiit training

การลดไขมันด้วยกลวิธี HIIT Traning

HIIT TRANING ปฏิบัติการรีดไขมัน

HIIT TRANING  หรือ ชื่อเต็มๆว่า High Intensive Interval Training คือการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ที่มีความเข้มข้นเว้นระยะความหนักเบาเป็นช่วงๆสลับกันไปมา ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดเป็นท่าทาง อาจทำเป็นท่าออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักตัวง่ายๆอย่างเช่น push up – squat – mountain climber – bicycle crunch โดยทำเป็นเซ็ตง่ายๆทั้งหมด4ท่า โดยใช้กำหนดจำนวนครั้งแต่ใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนด เช่น push up 30 วินาที แล้วพัก10 วินาที แล้ว squat ต่อทันทีอีก 30วินาที เมื่อครบแล้วก็ท่าจนครบทั้งหมด4ท่า นับเป็น1เซ็ต พักระหว่างเซ็ตอาจจะเป็น1-2นาทีแล้วแต่ความสามารถของผู้ออกกำลังกาย โดยทำอย่างนี้วนไปทั้งหมด4 เป็นต้น

HIIT TRAINING มีประโยชน์ยังไง

การฝึกหรือการออกกำลังกายรูปแบบนี้จะทำให้ร่างกายสามารถดึงน้ำตาลจากคาร์โบไฮเดรตที่เราเพิ่งกินเข้าไปมาใช้เป็นพลังงานและยังช่วงที่เราผ่อนแรงร่างกายจะสามารถนำไขมันส่วนเกินที่มีอยู่ในร่างกายของเรามาใช้เป็นพลังงานได้ด้วย การฝึกหรือการออกกำลังกายแบบhiit training ไม่ได้เผาผลาญไขมันแค่ตอนที่เราออกกำลังกายแต่เพียงเท่านั้น แต่การฝึกรูปแบบบนี้ยังสามารถเผาผลาญไขมันหลังการฝึกได้อีก2-3วัน การออกกกำลังกายแบบ

hiit trainng นั้นมีประโยชน์มากก็จริงแต่ไม่มีการออกกำลังกายแบบไหนดีที่สุดมี แต่การออกกำลังกายรูปแบบไหนเหมาะสมกับใครมากที่สุด และการออกกำลังกายแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด

Hiit Training ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ไม่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะ มีปัญหาที่ข้อต่อ หรือโรคหัวใจ ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนมีปัญหาเหล่านี้แต่อยากลองฝึกแบบhiit training ดูบ้างก็ควรจะปรึกษาแพทย์ดูก่อนเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายตามมา

Hiit  Training เหมาะกับใครบ้าง

การฝึกรูปแบบนี้เหมาะกับผู้ฝึกที่เป็นนักกีฬาหรือผู้คนทั่วไปที่มีความแข็งแรงระดับหนึ่ง เพราะการฝึกรูปแบบนี้จะให้ความรู้สึกที่เหนื่อยมากจึงต้องให้มีความแข็งแรงพอสมควร เหมาะกับผู้ที่ต้องการจะพัฒนาศักยภาพในการออกกำลังกายของเราให้มีเพิ่มมากขึ้น หรือผู้ออกกำลังกายใหม่ก็สามารถใช้ HIIT TRANING เผาผลาญไขมันดูก็ โดยเริ่มจากใช้เวลาในช่วงที่มีความเข้มข้นในการออกนั้นน้อยๆและช่วงผ่อนแรงนั้นมากกว่าสักหน่อย หลังจากนั้นค่อยๆเพิ่มช่วงระยะเวลาในการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงๆและลดเวลาในช่วงที่เราผ่อนแรงๆลง ทำอย่างนี้ไปสักระยะเพื่อให้ร่างกายรู้ว่าต้องพัฒนา และสำหรับใครที่อยากลดไขมันแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีและไม่ได้มีปัญหาข้อต่อต่างๆ  ลองนำ HIIT TRANING ปฏิบัติการรีดไขมัน นี้มาใช้เป็นวิธีในการลดไขมันในร่างกายดูเพื่อให้สุขภายและรูปร่างของเราดูดีขึ้น

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

แสงไฟช่วยทำให้งานศิลปะโดเด่นขึ้น

แสง ในงานศิลปะนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างดี และช่วยส่งให้งานศิลปะดูดี ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ว่าได้ให้อารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน รูปทรงของแสงและเงา ปริมาณของแสง ตำแหน่งของแสงที่ส่องออกมา พื้นผิวที่แสงไปตกกระทบ รวมถึงเทคนิคลูกเล่นต่างๆมากมายถูกนำมาใช้ให้งานศิลปะของคุณนั้น ดูโดดเด่นเป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ

ซึ่งต้องบอกเลยครับว่าโดยทั่วไปเราจะพบว่าแสงไฟเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นสำหรับที่อยู่อาศัย เราใช้แสงไฟเพียงเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้สายตาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ในช่วงกลางคืนและในมุมอับที่แสงแดดไม่สามารถส่องถึง แต่สำหรับในการจัดการแสงไฟเพื่อช่วยปรับแต่งงานศิลปะของคุณให้สวยงามนั้น มีทางเลือกที่จะช่วยสร้างบรรยากาศด้วยลักษณะการกระจายตัวของแสงที่แตกต่างกัน ซึ่งมีตั้งแต่แบบที่กระจายตัวจากทิศใดทิศหนึ่งเพียงอย่างเดียว ระยะการฟุ้งกระจายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการประดับตกแต่งในพื้นที่ๆ ต้องการเน้นความโดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น กรอบรูป ส่วนต่อมาคือชนิดของแสงแบบเป็นลำยาวตรง และแสงแบบฟุ้งกระจายได้รอบด้าน เหล่านี้ล้วนให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เจ้าของงาน จึงควรเลือกแสงไฟที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเพื่อความเข้ากันได้กับตัวงานของคุณเอง ซึ่งถือได้ว่า สำหรับแสงไฟชนิดนี้เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก มักถูกติดตั้งอยู่ในห้องครัว หรือโต๊ะที่เป็นเคาเตอร์สำหรับทำงานที่จำเป็นต้องให้มีแสงสว่างเพียงพอและมากพิเศษ การติดตั้งควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเงากระทบ โดยมากใช้เป็นโคมไฟแบบดาวน์ไลท์ หรือแสงจากโคมไฟที่สามารถปรับมุมมองได้อิสระอีกด้วย

การที่เรานั้นจะใช้แสงไฟช่วยทำให้งานศิลปะโดดเด่นขึ้นนั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้อง วางแผนให้ดีก่อนว่าต้องการให้งานศิลปะ มีความสวยงามไปในทิศทางไหน เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศอย่างที่ต้องการและได้ประโยชน์ใช้สอยจากแสงสว่างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง และสิ่งที่ควรคำถึงถึงอันดับแรกคือเรื่องของการติดตั้งระบบไฟฟ้า จากนั้นก็ต้องเลือกทั้งหลอดไฟและตัวโคมไฟที่เป็นแบบเฉพาะสำหรับใช้ภายนอก ปัจจุบันนี้มีโคมไฟแบบที่กันน้ำ กันแมลง กันฝุ่น ให้เลือกช้อปค่อนข้างเยอะ เช่นเดียวกับประเภทของโทนแสงไฟที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แสงสีขาวจ้าจนแสบตา แต่มีทั้งไฟสร้างบรรยากาศ ไฟส่องสว่างเฉพาะจุด อยู่ที่การเลือกใช้งานของเจ้าของงานเลย เรียกได้ว่าไฟนั้นมีส่วนช่วยได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ ให้งานศิลปะของคุณนั้นมีดูโดดเด่นขึ้น อย่างมากอย่างแน่นอนครับ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

เทคนิคการหาตั่วเครื่องบินราคาถูก

ในปัจจุบันนี้ การเดินทางแบบ เครื่องบิน นั้นค่อนข้างเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายเป็นอย่างมากอีกด้วย และอีกทั้งการเดินทางในประเทศ ยังมีราคาที่ค่อนข้างจะถูกเป็นอย่างมากอีกด้วย หรือ อาจจะเทียบได้กับ การนั่งรถทัวร์ เลยก็ว่าได้ โดยราคาก็แทบจะไม่ต่างกันมากนักครับ
เผยเคล็ดลับจองตั๋วเครื่องบินเส้นทางยอดนิยมในราคาที่ประหยัดที่สุด สถานที่ที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อราคาที่ดีที่สุด นอกจากแถวตรวจคนเข้าเมืองที่ยาวเหยียดและการจราจรคับคั่งในสนามบินแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักเดินทางหงุดหงิดรำคาญใจมากที่สุด ก็คือราคาของตั๋วเครื่องบินที่เพิ่งจองไปปรับลงหลังจากจองไปเพียงไม่กี่วัน ด้วยเหตุนี้ เสิร์ชเอ็นจิ้นและแอพค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พักและรถเช่า พร้อมที่จะช่วยให้นักเดินทางสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ในราคาที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด ด้วยสูตรสำเร็จที่ช่วยคาดการณ์ว่าช่วงเวลาใดเหมาะแก่การจองตั๋วเครื่องบินมากที่สุด หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลเที่ยวบินกว่า 250 ล้านเที่ยวบิน Skyscanner พบว่า 19 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจองตั๋วเครื่องบิน โดยจะสามารถประหยัดราคาค่าตั๋วเครื่องบินได้ประมาณร้อยละ 8 ของราคาปกติ ผลลัพธ์จากข้อมูลที่ Skyscanner ได้ทำการวิเคราะห์ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ยังชี้ให้เห็นว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดแตกต่างกันไปในแต่ละจุดหมายปลายทาง
อย่างยกตัวอย่างก็คือ เรื่องมีอยู่ว่าสายการบิน United Airlines และเว็บไซต์วางแผนการเดินทาง Orbitz ได้ร่วมกันฟ้องร้องนาย Aktarer Zaman เด็กหนุ่มวัย 22 ปี ในข้อหาสร้างเว็บไซต์ Skiplagged.com ซึ่งทำให้สายการบิน UA และ Orbitz ได้รับความเสียหาย ฟีเจอร์ของ Skiplagged ที่เป็นเหตุให้นาย Zaman ถูกฟ้องคือตัวค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกประเภท “เมืองที่ซ่อนอยู่” โดยอาศัยไฟลท์ระยะไกลที่มีการ stopover (ต้องแวะลงที่เมืองหนึ่งระหว่างเส้นทางเกิน 24 ชั่วโมง) ตัวอย่างเช่น เมื่อจองตั๋วเครื่องบินจาก New York ไป Lake Tahoe ก็จะมีการแวะพักที่ San Francisco ซึ่งปรากฏว่าตั๋วแบบนี้มีราคาถูกกว่าการซื้อตั๋วจาก New York ไป San Francisco โดยตรงเสียอีก จึงเป็นช่องว่างที่ Skiplagged ใช้ อย่างไรก็ตามการใช้ตั๋วแบบนี้ ผู้โดยสารก็เสมือนต้องเดินออกไประหว่างการเดินทาง จึงทำได้แค่การซื้อตั๋วเที่ยวเดียว และไม่มีการโหลดกระเป๋าเท่านั้น เอกสารฟ้องร้องระบุว่า Skiplagged สร้างการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมในระบบตั๋วโดยสาร และส่งเสริมให้ผู้โดยสารตั้งใจทำผิดกฎการเดินทาง ขณะที่ Zaman เปิดเผยกับ CNN ว่าเว็บ Skiplagged นั้นเป็นงานทดลองทำไม่ได้แสวงหากำไร และเขาไม่คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดกฎหมาย แต่เป็นการเผยช่องโหว่ในระบบค่าโดยสารเครื่องบินที่ไม่มีประสิทธิภาพอยู่นานแล้วต่างหาก

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ

การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ

ไม่ว่าเวลาจะไปกี่ยุคกี่สมัย สิ่งหนึ่งที่อยู่คงทนและทรงคุณค่าอยู่เสมอก็คือ ศิลปะ อันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมา  เพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดและอารมณ์ของศิลปิน เพื่อที่จะให้ผู้อื่นได้มีส่วนรวมในการรับรู้ถึงอารมณ์ ความคิดของศิลปินที่ถ่ายทอดลงไปในผลงาน ซึ่งศิลปะนั้นไม่ได้จำกัดแค่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงประติมากรรม จิตรกรรม วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ดนตรีนาฏศิลป์

 

ศิลปะ เรียกได้ว่าเป็นคำที่มีเต็มไปด้วยความหมายที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจง ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แนวคิดของแต่ละศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน แต่สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะเลยก็คือ การแสดงออก การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ รวมไปถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ สัญลักษณ์ อารมณ์ ความสวยงาม รวมไปถึงเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอ  เรียกได้ว่าสิ่งที่ศิลปินได้แฝงไปในผลงานแต่ละชิ้นนั้นได้ก็คือความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นความยินดี ความโศกเศร้า ความเสียใจ รู้สึกสดชื้น รวมไปถึงนำความคิดและความรู้สึกของคนในยุคสมัยนั้นๆมาถ่ายทอดลงไปด้วย

การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ

พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของได้ให้ความหมายของศิลปะไว้ว่าเป็น การแสดงออกให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงาม น่าพึงชม และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ ผลงานแต่ละชิ้นของศิลปินทำให้ผู้ที่ได้ชมนั้นเข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของผลงานนั้นๆ ได้ซาบซึ้งและสัมผัสความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ผลงานออกมา เรียกได้ว่านี่คือเสน่ห์และความสวยงามของศิลปะ ที่ผู้ชมจะได้รับรู้ความรู้สึกไปกับการถ่ายทอดและสร้างสรรค์ผลงานของศิลปะ

 

ในปัจจุบันนี้มีผลงานศิลปะหลากหลายแขนงที่แสดงอยู่ทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็น หอศิลป์ สถาปัตยกรรมต่างๆ หรือผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่นอกจากศิลปินจะได้ถ่ายทอดผลงานในรูปแบบของตนเอง พร้อมแสดงความคิดความรู้สึกผ่านศิลปะแล้ว ผู้ชมยังได้รับรู้ ได้แนวคิดต่างๆที่สามารถนำมาใช้ได้กับตนเอง ได้รับรู้หรือเก็บไว้เป็นข้อมูลและจดจำความรู้สึกต่างๆ เรียกได้ว่าศิลปะเปรียบเสมือนตัวเชื่อมโยงของศิลปินและผู้ชมผู้รับรู้ให้ได้สัมผัสถึงจิตใจ เหตุผล ความรู้สึกความคิดของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ

 

การรับชมศิลปะในแต่ละแขนงนั้นสามารถที่จะมองได้หลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นความสวยงาม ความสร้างสรรค์ การรับชมเพื่อเก็บเป็นความรู้ หรือการรับรู้และสัมผัสไปกับความรู้สึกความคิดของศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของศิลปะที่จะทำให้เราได้เห็นมุมมองที่กว้างและสัมผัสไปกับอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ อารมณ์และการสร้างสรรค์ผลงานที่มีที่มาที่ไป พิถีพิถันและกลั่นกรองความคิดความรู้สึกออกมากลายเป็นผลงานให้เราได้ชม เรียกได้ว่าศิลปะเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและมากไปด้วยเสน่ห์ เอกลักษณ์และมีผลต่อทางความรู้สึกความคิดเป็นอย่างมาก

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

แฟชั่นการสวมใส่เสื้อเชิร์ต

แฟชั่นการสวมใส่เสื้อเชิร์ต

เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานเลยทีเดียวสำหรับ การสวมใส่เสื้อเชิร์ต ไอเท็มสุดอมตะที่ไม่ว่าสาวๆหรือหนุ่มๆก็มักจะมีติดตู้เสื้อผ้าไว้อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะเป็นเสื้อที่ไม่ลูกเล่นเยอะมากแต่สามารถที่จะเพิ่มความโดดเด่นให้แก่ผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี เราไปดูกันดีกว่าทำไมเสื้อเชิร์ต ถึงเป็นแฟชั่นยอดฮิตที่ใครๆก็ชอบกัน

 

เสื้อเชิร์ต ดูดีทุกโอกาส

เสื้อเชิร์ต เรียกได้ว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่สามารถนำมาสวมใส่ได้ทุกโอกาสจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ งานเลี้ยงสร้างสรรค์ ไปปาร์ตี้ ใส่เป็นชุดลำลอง หรือชุดนอนและพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน สวมใส่ไปเดินห้าง ออกงาน งานทางการในโอกาสต่างๆ รวมไปถึงการนำมาสวมใส่เป็นชุดทำงาน ที่เรียกได้ว่าการสวมเสื้อเชิร์ตนั้นช่วยเสริมภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

แฟชั่นการสวมใส่เสื้อเชิร์ต

เสื้อเชิร์ต มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่มีเบื่อ

เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเสื้อเชิร์ตเลยทีเดียว สำหรับการนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างฟรีสไตล์กับทุกๆ ที่เราสามารถจะเปลี่ยนเสื้อเชิร์ตธรรมดาให้กลายเป็นลุคสุดชิคได้ไม่ยาก และที่สำคัญไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือเสื้อเชิร์ตตัวนั้นจะเก่าอย่างไร ก็ยังสามารถที่จะนำมาแมตช์กับเสื้อผ้าและไอเท็มต่างๆได้อย่างไม่มีเอาท์

 

เสื้อเชิร์ต มีให้เลือกหลายรูปแบบ

ในปัจจุบันนี้เสื้อเชิร์ตได้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆออกมาอยู่เสมอ ทั้งสีสัน ลวดลาย แต่ส่วนใหญ่เสื้อเชิร์ตที่คนทั่วไปนิยมเลือกใส่จะเน้นสีพื้นไม่เน้นลวดลาย เช่น เสื้อเชิร์ตสีขาว สีดำ สีฟ้า เป็นต้น รวมไปถึงที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้อย่างเสื้อเชิร์ตลายทางที่ช่วยเสริมความโดดเด่นให้แก่ผู้สวมใส่ได้อย่างดี

 

เสื้อเชิร์ต ไอเท็มยอดฮิตของหนุ่มสาว

ผู้ชายและผู้หญิงเกือบทุกคนจะต้องมีกางเกงยีนส์ติดตู้เสื้อผ้าไว้อยู่เสมอ เช่นเดียวกับ เสื้อเชิร์ต ที่ถือว่าเป็นเครื่องแต่งกายยอดนิยมของหนุ่มสาว ที่สามารถจะนำมาแมตช์กับเสื้อผ้า ชุดต่างๆได้อย่างลงตัว

 

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกสวมใส่เสื้อเชิร์ต แฟชั่นอมตะที่เรียกได้ว่าครองความนิยมอย่างยาวนาน สำหรับใครที่ยังไม่มีติดตู้เสื้อผ้าต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะคุณสามารถที่จะดูดีอย่างมั่นใจได้ทุกช่วงเวลา รวมไปถึงทำให้ลุคของคุณดูไม่น่าเบื่อ เพราะเสื้อเชิร์ตสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่เสื้อเชิร์ตคู่กับกางเกงยีนส์แบบเรียบๆ หรือจะมาสวมคู่กับกระโปรงก็ทำให้คุณดูทันสมัยอยู่เสมอ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

มู่ลี่คุณภาพ เป็นอย่างไร

มู่ลี่ ผ้าม่านอีกนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมมาใช้ในการตกแต่งบ้านจากผ้าม่านหลายๆประเภท เนื่องจากสามารถนำไปใช้ในการตกแต่งห้องหรือบ้านได้ทุกสไตล์ แถมยังสามารถช่วยควบคุมแสงให้เข้าออกได้ด้วย  ก่อนที่จะไปรู้จักมู่ลี่ว่ามีอะไรบ้าง เราไปดูประโยชน์ของผ้าม่านกันก่อน โดยประโยชน์ของผ้าม่านมีมากมายหลากหลายอย่าง ดังนี้

  • ใช้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ถ้าปล่อยให้มีผนังปูนเปล่าก็คงจะทำให้ผู้สึกไม่ค่อยสบายตาเท่าไร การที่นำม่านมาช่วยในการตกแต่งบ้านจะสามารถช่วยทำให้ภายในบ้านดูสบายมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว เพราะม่านสามารถช่วยบดบังสายตาจากบุคคลภายนอกที่มองมาได้ ที่สำคัญเรายังสามารถที่จะใช้ผ้าทำเป็นที่กั้นห้องได้ โดยจากห้องใหญ่หนึ่งห้องให้กลายเป็น 2 ห้องเล็กได้
  • ช่วยป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้ามาในห้องได้ โดยเฉพาะบ้านที่ติดกับถนน ม่านจะทำหน้าที่เป็นการป้องกันฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วม่านยังสามารถที่จะช่วยควบคุมแสงภายในห้องได้ด้วย แถมยังช่วยป้องกันการซีดของสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายในห้องได้อีกด้วย
  • ช่วยในเรื่องของการกำหนดมุมมอง ทำให้มองไม่เห็นสิ่งไม่ต้องการเห็นได้ และช่วยในเรื่องของการกักเก็บเสียง โดยเฉพาะห้องที่ต้องการความเงียบ ไม่มีเสียงสะท้อน ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอน ห้องพักผ่อน เป็นต้น

มู่ลี่

หลังจากที่ไปดูประโยชน์ของม่านกันแล้วก็มาดูมู่ลี่ ม่านอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมนำมาตกแต่งภายใน ที่จะเป็นการตกแต่งแบบเรียบง่าย ช่วยลดบดบังแสงแดดที่ส่องเข้าห้อง และช่วยสะท้อนความร้อนที่จะเข้ามายังตัวบ้านได้เป็นอย่างดี สำหรับมู่ลี่มีใบม่านทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งถ้าเป็นมู่ลี่แนวนอนมาใช้ในดารตกแต่งห้องจะสามารถช่วยควบคุมแสงที่เข้ามายังในห้องได้ด้วยการปรับองศาของในม่าน  นอกจากนี้แล้วข้อดีของมู่ลี่อีกอย่างหนึ่งก็คือ ใช้ง่าย ทำความสะอาดง่าย  โดยส่วนใหญ่แล้วมู่ลี่จะแบ่งออกตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ดังต่อไปนี้

  • มู่ลี่ไม้ เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้จริง เป็นมู่ลี่ที่เหมาะที่จะนำไปใช้ในการตกแต่งห้องหรือตกแต่งคอนโดสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะเน้นให้ห้องรู้สึกสบายแบบธรรมชาติ  โดยมู่ลี่ไม้ก็ยังแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้ มู่ลี่ไม้รามิน เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้รามินเนื้อแข็ง แข็งแรงกว่าไม้สน ที่มีลวดลายเป็นธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สำคัญมู่ลี่ไม้รามินจะเคลือบด้วยสารป้องกัน UV เพื่อเป็นการช่วยป้องกันการขยายตัวของม่านเมื่อโดนแดดจัด  2.มู่ลี่ไม้บาสวูด เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้บาสวูดเกรดคุณภาพ โดยมู่ลีชนิดนี้มีน้ำหนักเบา มีร่องเสี้ยนที่ตื้น มีความเป็นธรรมชาติ โดยตัวม่านจะเคลือบด้วยสาร UV และเคลือบสารป้องกันเชื้อรา และ 3.มู่ลี่ไม้รุ่นสแปนิช เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้บาสวูดเกรดคุณภาพ ที่ได้ผ่านขั้นตอนในการอบแห้ง เพื่อเป็นการป้องกันการขยายของเนื้อไม้ จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วก็จะนำมาเข้าระบบพิมพ์ลาย 3D ทำให้มีลายไม้เหมือนจริงมากยิ่งขึ้นและสุดท้ายจะนำไปเคลือบ UV  เพื่อทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
  • มู่ลี่ไม้โฟมวู๊ด เป็นมู่ลี่ที่ไม่ได้ทำจากไม้จริง แต่เป็นการไม้ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เป็นมู่ลี่ที่เหมาะกับการติดตั้งในบริเวณที่โดนน้ำบ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น ห้องน้ำ เนื้อมู่ลี่ชนิดนี้สามารถที่จะช่วยกันน้ำและกันเชื้อราได้
  • ลี่อะลูมิเนียม เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากแผ่นอะลูมิเนียมมีขนาดบาง ที่สามารถรูดเก็บได้และมีน้ำหนักเบา
  • การติดตั้งม่านในคอนโดนั้น หากไม่ได้ต้องการหรือชอบแบบไหนเป็นพิเศษ ขอแนะนำว่า หากคอนโดนั้นมีห้องครัวติดระเบียง ควรติดมู่ลี่ที่ห้องครัว เพราะมู่ลี่ทำความสะอาดได้ง่ายกว่าม่านอื่นๆ และไม่กักเก็บกลิ่น นอกจากนี้หากติดมู่ลี่ไม้โฟมวู๊ดเพื่อบังแดดที่จะส่องมาโดนตู้เย็น ยังช่วยให้ตู้เย็นไม่ต้อทำงานหนัก

ม่าน

ทั้งหมดนี้คือ ประโยชน์และชนิดของมู่ลี่ ซึ่งเราสามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการตกแต่งบ้านได้  แต่ถ้าถามว่ามู่ลี่คุณภาพ เป็นอย่างไร  ต้องบอกว่ามู่ลี่จะมีคุณภาพได้นั้นขึ้นอยู่ที่ว่ามู่ลี่นั้นทำมาจากวัสดุประเภทไหน และมีขั้นตอนในการผลิตมู่ลี่อย่างไร  ซึ่งปัจจุบันการผลิตมู่ลี่ที่มีคุณภาพนั้นมีผลิตออกมาจำหน่ายมากมายตามร้านผ้าม่านทั่วไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาความต้องการผ้าม่านเพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งมีมากขึ้นนั้นเอง  แต่การที่จะเลือกร้านที่จำหน่ายผ้าม่านละมู่ลี่มีคุณภาพนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะร้านบางร้านมีการตัดเย็บและการทำผ้าม่านเองส่งผลทำให้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ไม่ได้รับมาตรฐานทำให้เมื่อใช้ไปนานๆจะทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของใบม่านได้ และทำให้เราต้องเสียเงินในการซื้อมู่ลี่ใหม่มานติดตั้งอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้วในการเลือกมู่ลี่ควรที่จะเลือกมู่ลี่ที่ผลิตมาจากโรงงานหรือร้านที่มีการผลิตที่ได้รับมาตรฐาน มีพื้นที่ในการผลิตที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยทำให้เรามั่นใจได้ว่ามู่ลี่ที่ทำออกมานั้นได้มาตรฐานและเป็นมู่ลี่คุณภาพอย่างที่เราต้องการ ซึ่งในส่วนของราคาอาจจะสูงกว่าร้านทั่วไปสักนิด แต่เชื่อเถอะว่าในการซื้อมู่ลี่ในราคานี้จะคุ้มค่ากว่าการซื้อมู่ลี่ราคาถูกตามร้านผ้าม่านทั่วไปที่ผลิตเองอย่างแน่นอน

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

คำบอกเล่าของผู้ที่ผ่านสนามสอบ IELTS มาแล้ว

ใครกำลังเตรียมสอบ IELTS ยกมือขึ้นให้ไว้เรามารวมกันทางนี้หากการสอบครั้งนี้ของคุณคือการสอบครั้งแรก ในส่วนหนึ่งการเตรียมตัวทำข้อสอบนั้นก็ดีอยู่แล้วที่คุณจะฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ควรหาความรู้คือการรับฟังประสบการณ์ตรงของคนที่เคยสอบมาแล้ว มันจะช่วยให้คุณเห็นภาพการสอบได้ดีขึ้นและอาจได้เทคนิคการทำข้อสอบมาใช้ด้วยนะ วันนี้เราจึงรวมเรื่อง “เขาเล่าว่า” เกี่ยวกับการสอบ IELTS มาฝากกัน

https://www.ielts.idp.co.th/

  1. เขาว่ากันว่าข้อสอบสนทนาไม่ยากอย่างที่คิด บางคนใช้ภาษาเขียนได้ดี ฟังใช้ได้ อ่านเป็นเลิศ หากแต่ยังเกรงการพูดกับเจ้าของภาษาและก็ทำให้เกร็งกับการสอบสนทนา แต่เขาว่ากันว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด และยังบอกอีกว่า Examiner ยังให้ความช่วยเหลือผู้สอบอีกด้วย ดังนั้นอย่าได้กลัว แต่เอาจริงๆนะในการสอบสนทนาแต่ละประเด็น มีความยากง่ายมากน้อยต่างกันไป ก็จงอย่าประมาณจะดีที่สุด
  2. สำเนียงเลิศจะทำให้ได้คะแนนสูง อันนี้จริงแท้หากคุณมีสำเนียงที่ดีก็จะได้คะแนนดีไปด้วย แต่จริงๆแล้วส่วนที่ทำให้ได้คะแนนจริงๆคือ การลงน้ำหนักคำและประโยคที่ถูกต้อง ไม่ใช่สำเนียงอย่างเดียว ดังนั้น จงเน้นดาร ลงน้ำหนักคำถูกต้อง และอย่าไปกังวลเรื่องสำเนียงมากนัก
  3. บางคนก็ว่า อย่าพูดด้วยประโยคโครงสร้างซับซ้อน อันนี้ไม่จริง เพราะความสามารถในการวางโครงสร้างประโยคจะทำให้ได้คะแนนดีมากๆ เช่น การใช้รูปประโยคแสดงเงื่อนไข  การใช้รูป Indirect Speech หรือการใช้ Modal auxiliary ในการแสดงความเป็นไปได้ ความไม่แน่ใจ จะยิ่งทำให้คะแนนของคุณว้าวมากๆเลย
  4. การสอบสนทนา ไม่มีคำตอบที่ถูกและผิด มักเป็นการสอบถามให้แสดงความคิดเห็นดังนั้นอย่าปิดประตูขังตัวเองด้วยการตอบว่า  I’m sorry. I don’t have any idea for this question. ต้องร้อง Oh my God กันเลยงานนี้ ควรเตรียมตัวแก้ไขสถานการณ์ดีๆ แม้บางคำถามคุณไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนก็ตามแต่ควรตอบออกไปดีกว่านี้
  5. โอ้ที่ว่าให้จดๆ คำตอบส่วนที่สอง แล้วเอามาเรียบเรียงเพื่อพูดโต้ตอบ ลืมไปเลย ยูวววว์ มันไม่มีเวลาขนาดนั้น สิ่งที่ต้องฝึกคือ การลำดับความคิดในการนำเสนอดีกว่าการจดลงกระดาษ เพราะเวลาเตรียมตัวมีน้อยนะ
  6. สอบพูดถ้าไวยากรณ์ดีก็เอาตัวรอดได้สบายๆ  หึ่ม ใครกันที่นำความคิดนี้มาเผยแพร่ บอกเลยว่ามันไม่จริงนะจ๊ะ เพราะลักษณะข้อสอบออกแบบมาทดลอบทักษะรอบด้าน การสอบสนทนา IELTS ไม่ได้วัดคะแนนสูงหรือต่ำกันที่ไวยากรณ์เพียงด้านเดียวแน่นอน แต่ยังวัดทักษะการใช้คำศัพท์ การพูดที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมทั้งการออกเสียง การลงน้ำหนักเสียงที่ถูกต้องด้วย
  7. ไม่เข้าใจคำถาม ขอให้ Examiner ทวนคำถามนั้นซ้ำหรืออธิบายประเด็นของคำถามนั้นให้กระจ่างได้ ไม่ทำให้เราเสียคะแนนไปแต่อย่างใด แต่ถ้าเราขอให้กรรมการทวนคำถามเดิมมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไป กรรมการอาจจะคิดว่าเรามีปัญหาด้านการทำความเข้าใจการสื่อสารภาษาอังกฤษและอาจจะหักคะแนนได้ในที่สุด

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

เทศกาลดนตรีและศิลปะ Wonder fruit

สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศเทศกาลระดับโลกและจัดงานในเมืองไทย โดยสามารถเที่ยวชมได้ในงาน Wonderfruit Festival  เทศกาลงานดนตรีและศิลปะ ซึ่งมีการจัดงานโดยมีมาตรฐานสากลระดับโลกเป็นอีกหนึ่ง งานเทศกาลที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติใน 1 ปีจัดเพียง 1 ครั้ง สามารถเที่ยวงานได้เพียงแค่ 4 วันเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่ต่างวางแผนการเดินทางมาเที่ยวเทศกาล Wonderfruit Festival  ไว้ล่วงหน้ากันเป็นแรมปี

Wonderfruit

เทศกาล Wonderfruit Festival  2018 ในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 13 -16 ธันวาคม 2561 โดยทราบหรือไม่ว่าเป็นเทศกาลที่ขายบัตรขายหมดเร็วมาก โดยเฉพาะก่อนเริ่มงานเพียง 1 อาทิตย์บัตร Wonderfruit Festival  ต่างถูกจับจองเต็มหมด จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ควรพลาดที่จะได้มีโอกาสสัมผัสเทศกาลระดับโลกซึ่งจัดในประเทศไทย การเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวเทศกาล Wonderfruit Festival  สิ่งที่ควรมีคือแว่นตากันแดด ขวดใส่น้ำ หมวก รองเท้าที่สวมใส่สบาย เสื้อสไตล์อินเดียน แนวยิปซี ซึ่งในงานนี้ผู้ที่เข้าร่วมงานจะมีสายรัดข้อมือที่มีสีแตกต่างกันตามราคาบัตรที่ซื้อเข้างาน ซึ่งการดูแลความปลอดภัยในงานมีการรักษาความความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นอย่างมากโดยมีการจัดสวนจัดโซนให้เห็นชัดเจนและบรรยากาศในงานทุกคนต่างมีความเป็นมิตรและทักทายซึ่งกันและกันโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นการแลกเปลี่ยนมิตรภาพดีๆซึ่งถ้าคุณได้ไปเที่ยวในเทศกาลแห่งนี้คุณจะได้คือเพื่อนชาวต่างชาติเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในศิลปะและงาน Handmadeโดยการแต่งตัวของผู้มาร่วมงานนิยมเป็นแนวฮิปปี้ ผสมกับฮิปสเตอร์หรือเสื้อฮาวาย โดยพนักงานแต่ละซุ้มจะมีกิจกรรม workshop เปิดให้ลูกค้าที่สนใจได้เลือกเข้าใช้บริการเช่นโยคะ การทำอาหาร การสอนทำศิลปะ ดนตรี ซึ่งแต่ละซุ้มกิจกรรมมีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน โดยภายในงานจะมีจุดบริการน้ำดื่มให้ฟรีเราสามารถเตรียมขวดเพื่อกรอกน้ำไว้ดื่มได้ตลอดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังมีจุดให้ชาร์จแบตฟรีโดยได้พลังงานจากโซล่าเซลล์ ภายในงานจะมีกระโจมขายอาหารโดยมีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยหรือเบอร์เกอร์ อาหารตะวันตก สามารถนั่งทานในจุดที่ร้านได้จัดเตรียมไว้ โดยจะเน้นเข้ากับธรรมชาติเป็นงานที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ คนแปลกหน้าสามารถทักทายกันได้ตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าบรรยากาศอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ไหนได้ง่ายๆ

Wonderfruit Festival  เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ฮิปสเตอร์ชาวไทยไม่ควรพลาดสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวคราว ของเทศกาล Wonderfruit 2018 ได้ที่เว็บไซต์ www.wonderfulfestival.com รวมถึงเตรียมใจให้พร้อมและสนุกกับงานเทศกาลดนตรีศิลปะและอาหารเพื่อดื่มด่ำธรรมชาติและจุดประกายไอเดียให้กับตัวคุณเอง

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn