STMstyle เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

อยากสวยไม่ต้องรอ ติดต่อเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลีเลย

สวยสั่งได้กับการศัลยกรรมเหาหลีจากเอเจนซี่ชั้นนำ

STMstyle เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

ทุกวันนี้เรื่องความสวยความงามถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง คนที่เกิดมาหน้าตาดีอยู่แล้วนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคนที่เกิดมาแล้วไม่พอใจกับหน้าตาตัวเอง ก็อาจจะเกิดอาการน้อยใจบ้าง ที่เราเกิดมาหน้าตาไม่ดีเหมือนกับคนอื่นเขา ทำให้ความมั่นในต่างๆลดน้อยลง ไม่กล้าที่จะเข้าหาคนอื่นบ้างหลายๆคนก็ยังมีอาการเหล่านี้อยู่

แต่เดี๋ยวนี้เราไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือหน้าตาของเราอีกแล้ว เพราะทุกวันนี้เราสามารถที่จะเสริมความงามให้กับร่างกายของเราได้ทุกส่วน ด้วยการศัลยกรรมจาก เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของร่างกาย ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

และที่ที่คนไทยนิยมกันไปศัลยกรรมมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นที่เกาหลี เพราะอย่างที่เราเห็นเกี่ยวกับดาราหรือคนดังต่างๆ ที่ประเทศนี้เขาศัลยกรรมแล้วออกมาสวยกันทุกคน

และคนไทยเองก็นิยมในการติดตามประเทศเกาหลีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพลง หรือซีรีส์ต่าง ๆ ที่ฮิตกันทั้งบ้านทั้งเมือง คนไทยจึงนิยมที่จะไปศัลยกรรมกันที่นั่นเป็นจำนวนมาก เพราะเขาทำออกมาแล้วสวยสั่งได้เหมือนอย่างที่เราต้องการทุกอย่าง

โดยการที่เราจะไปศัลยกรรมที่เกาหลีได้นั้น เราก็ต้องติดต่อกับเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลีที่เขาสามารถพาเราไปศัลยกรรมได้

เดี๋ยวนี้ก็มีหลายๆที่เหมือนกันที่พาคนไปศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นรายการดังที่เรารู้จักที่ออกอากาศทางทีวี ที่เอาคนหน้าตาไม่ดีมากๆ แล้วให้เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลีพาไปศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าจนกลับมาสวยหล่อแทบไม่มีใครจำได้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คนอยากจะไปศัลยกกรมกันมากยิ่งขึ้น

เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

ไม่ว่าเราอยากจะได้หน้าตาที่เหมือนดาราคนไหนก็ตาม การศัลยกรรมสามารถที่จะเนรมิตให้เราได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก เพราะบางคนที่เราเห็นจากรายการดัง เราก็แทบจะไม่ชื่อสายตาเลย ว่าเขาทำได้อย่างไร เมื่อเปิดรูปก่อนหลังให้ดู มันไม่เหลือเค้าของคนเดิมให้เราเห็นเลย

การศัลยกรรมในทุกวันนี้จึงเป็นสิ่งที่คนนิยมกันมาก ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นักแสดง นางแบบ หรือคนธรรมดา ก็หันมาศัลยกรรมกันมาก

เพราะเมื่อหน้าตาเราดีขึ้น แน่นอน หน้าที่การานของเราก็มากขึ้นด้วย อย่างนางแบบก็จะมีคนอยากจะจ้างมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุด มันเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเราด้วย ในการที่จะเข้ากับสังคม ถ้าเป็นผู้ชายก็จะกล้าเขาไปจีบผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงก็มีความมั่นใจ เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วย

คนที่ต้องการอยากจะไปศัลยกรรมที่เกาหลี ก็ต้องลองติดต่อกับเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลีดังๆที่ได้รับการยอมรับของคนทั่วไป ขอคำแนะนำต่าง ๆว่าถ้าเราจะไปศัลยกรรมที่เกาหลีนั้นเราต้องเตรียมอะไรบ้าง และเรื่องของค่าใช้จ่าย ก็เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมเอาไว้มากเหมือนกัน เพราะการศัลยกรรมแต่ละอย่างนั้น ก็ใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลย ยิ่งถ้าเราทำหลายๆอย่าง ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

แต่รับรองได้อย่างแน่นอนว่า การศัลยกรรมที่เกาหลีนั้น เราได้หน้าตาอย่างที่เราต้องการแน่นอน

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ปกป้องผิวสวยให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอด้วย 5 ครีมกันแดดประสิทธิภาพยอดเยี่ยมคุ้มค่าคุ้มราคา

Sun Screen

 
                ในแสงแดดจะประกอบไปด้วยรังสี UVA, UVB และ UVC ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพผิวของเราโดยตรง แต่รังสี UVC มักถูกดูดกลืนในชั้นบรรยากาศนอกโลกซึ่งเป็นชั้นโอโซนจนหมดก่อนที่จะทะลุมาถึงยังพื้นโลก รังสีชนิดนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อผิวของเราเท่าไหร่นัก และถึงแม้ว่ารังสี UVB จะมีประโยชน์ในการการสังเคราะห์วิตามินดีที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากเราได้รับแสงแดดในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวของเราและเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้ เนื่องจากรังสี UV ดังกล่าวจะไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังในร่างกายสร้างเม็ดสีที่เรียกว่าเมลานินขึ้นมามากกว่าปกติ ส่งผลให้สารอนุมูลอิสระทำงานได้มากขึ้น เป็นเหตุให้เซลล์ผิวหนังถูกทำลายและกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด ดังนั้นการเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการปกป้องผิวของเรา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ซึ่งวันนี้เราได้นำ 5 ครีมกันแดดประสิทธิภาพคุ้มค่าคุ้มราคา มาแนะนำทุกคนกันแล้ว 

Bioré UV Aqua Rich Watery Essence

1) Bioré UV Aqua Rich Watery Essence เป็นครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสูตรใหม่ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ที่มีคุณสมบัติของ SPF50+ ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นนอกจากการทำร้ายของ UVB ได้เป็นอย่างดี  และมี PA++++ ที่สามารถปกป้องไม่ให้รังสี UVA ทะลุทะลวงเข้าไปทำร้ายคอลลาเจนในผิวหนังชั้นในได้ และนอกจากจะเป็นการช่วยลดการเกิดริ้วรอย และผิวหมองคล้ำก่อนวัยอันควรแล้ว ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ยังมีส่วนผสมของสารที่ช่วยบำรุงผิว อย่าง Hyaluronic Acid,  Mixed Citrus Essence และสารสกัดจากน้ำนมผึ้ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการแห้งกร้าน ลดการระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิวไม่ว่าจะเป็นผิวมันหรือผิวแพ้ง่ายก็ตาม และที่สำคัญครีมนี้สามารถกันได้ทั้งน้ำและเหงื่ออีกด้วย 

Kanebo Cosmetics ALLIE Extra UV Gel (Mineral Moist NEO)

2) Kanebo Cosmetics ALLIE Extra UV Gel (Mineral Moist NEO) เป็นครีมกันแดดที่ปกป้องได้สูงถึง SPF50+และ PA++++ ยังปราศจากการแต่งกลิ่นและการเจือสี มีลักษณะเป็นเนื้อเจลที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแล้ว ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ยังได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีที่เรียกว่า Skin fit ที่ให้สัมผัสจากการทาได้อย่างยอดเยี่ยม หมดปัญหาการทาครีมของสภาพผิวในแต่ละบริเวณใบหน้าที่ไม่สม่ำเสมอกัน อีกทั้งเมื่อรวมกับคุณสมบัติในการกันน้ำของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ด้วยแล้ว นี่จึงเป็นกันแดดที่ใคร ๆ ต่างเทใจให้อย่างไม่ต้องสงสัย 

Rohto Skin Aqua Super Moisture Essence Sunscreen

3Rohto Skin Aqua Super Moisture Essence Sunscreen เป็นกันแดดที่เหมาะกันคนที่มีผิวมัน และเนื้อครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวก็จริง แต่ไม่ก่อให้เกิดความมันเยิ้มของผิวแต่อย่างใด และนอกจากคุณสมบัติของ SPF50+ และ PA +++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB แล้วนั้น ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพผิวที่ดี ยกตัวอย่างเช่น วิตามินชนิดต่าง ๆกรดไฮยาลูโรนาคอลลาเจน, กรดอะมิโน และซุปเปอร์ไฮยาลูรอน เป็นต้น 

ANESSA Perfect UV Sunscreen Aqua Booster

4) ANESSA Perfect UV Sunscreen Aqua Booster เป็นครีมกันแดดที่มี SPF50+ และ PA++++ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถใช้ปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB นอกจากนี้จุดเด่นพิเศษที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือเนื้อครีม ที่เมื่อสัมผัสกับน้ำแล้วจะยิ่งทำให้การทำงานในการช่วยปกป้องผิวของเราจากรังสีต่าง ๆ  มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ท่านใดที่ชอบเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางน้ำที่ต้องสัมผัสกับน้ำอย่างต่อเนื่อง หรือกิจกรรมบนบกที่อาจส่งผลให้มีเหงื่อไหลไคลย้อยออกมาเป็นจำนวนมาก รับรองว่านอกจากครีมนี้จะมีเนื้อน้ำนมซึ่งค่อนข้างบางเบาซึมง่ายแล้วนั้น ยังเป็นครีมที่เหมาะแก่การทาก่อนการแต่งหน้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีส่วนช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน สวยติดทนได้อย่างใจปรารถนาอีกด้วย 

MizuMi UV Water Serum

5) MizuMi UV Water Serum กันแดดที่มีคุณสมบัติของ SPF50+ และ PA++++ แบรนด์แรกในประเทศไทยที่ปลอดภัยจากสารระคายเคืองผิว อย่างน้ำมัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์ เรียกได้ว่าเป็น Non-Chemical 100ที่การันตีด้วยการผ่านผลการทดสอบความระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยตรง สมกับคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ที่ว่า นิยามใหม่ของความอ่อนโยน”  ผลิตภัณฑ์นี้จึงถือเป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากที่สุดแบรนด์หนึ่งสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวที่แพ้ง่าย หรือผู้ที่นิยมชมชอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมี 

อย่างไรก็ตามการจะใช้ครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น นอกจากคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน เหมาะสมกับการใช้งานของเราทั้งในแง่ของสภาพผิว สภาพอากาศ และกิจกรรมที่จะต้องไปทำแล้วนั้น การทากันแดดให้ถูกวิธีก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ ยกตัวอย่างเช่น ควรทากันแดดก่อนออกกลางแจ้งอย่างน้อย 15-30 นาที หรือควรทากันแดดซ้ำ ทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพื่อการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อถึงคราวต้องทำความสะอาดผิวหน้าก็ขอใหล้างหน้าห้เกลี้ยงหมดจด เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงจะสามารถปกป้องผิวสวยของตนเองให้มีสุขภาพดีได้ตามต้องการอย่างแน่นอน 

 

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

6 นิสัยชวนอ้วน เลิกได้ผอมสุขภาพดีแน่นอน

คำถามโลกแตก ทำไมลดความอ้วนไม่ได้ซะที เราลองมาสำรวจนิสัยการกินของเราก่อนดีกว่า เพราะนี่เป็นสาเหตุของความอ้วน!!

1.กินซะเรียบ

นิสัยตักเยอะ กินเยอะ กินมื้อเดียวกะอยู่ทั้งวัน กินแบบนี้บ่อยๆ อ้วนแน่ครับ เพราะการที่เรากินข้าวแต่ละมื้อเยอะๆ จัดเต็ม ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญเอาสารอาหารไปใช้ได้หมด เหลือเป็นไขมันสะสม ทำให้อ้วนได้ ถ้าไม่อยากอ้วนควรตักแต่พอดี พออิ่มก็พอ

2.กินจุบจิบ

เห็นคนจำนวนไม่น้อย มีนิสัยชอบกินจุบจิบระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็น ลูกอม ขนมถุง ขนมหวาน น้ำอัดลม บางคนถึงกับจัดของคาว ลูกชิ้นปิ้ง ไส้กรอก แซนวิช ถ้าเลิกนิสัยกินจุบจิบไม่ได้ ก็คงอ้วนต่อไปละครับ แนะนำว่าถ้าเลิกนิสัยกินจุบจิบไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อขนมหรือของว่างไว้ที่ออฟฟิตและที่บ้าน

3.กินเร็ว กลืนเร็ว

รุ่นน้องผมเลยครับ เป็นคนกินเร็วมาก ข้าวจานใหญ่ซัดหมดภายใน 5 นาที แทบจะไม่เคี้ยวเลยมั้งครับ การที่เรากินเร็ว กลืนเร็ว นอกจากทำให้อ้วนแล้วยังไม่ดีต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย

4.กินได้ทุกอารมณ์

เคยเห็นไหมครับ คนที่ตอนโกรธก็กิน เศร้าก็กิน เครียดก็กิน บางทีไม่หิวแต่ต้องปากหยุดเคี้ยวไม่ได้ กินแบบนี้หนีไม่พ้นความอ้วนแน่นอนครับ ควรกินเมื่อหิวเท่านั้น  5.กินตอนดึก

คนที่ชอบทำงานดึกดื่น คงหนีไม่พ้นมื้อดึก บางคนจัดเต็มมื้อดึกด้วยซ้ำ สั่งอาหาร fast-food ชื่อดังมากิน กินเสร็จก็นอนทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่ ไขมันสะสม ส่งผลให้เราอ้วนในที่สุด

6.อดอาหาร

ใครที่อดอาหารเพื่อลดความอ้วน คุณคิดผิดแล้วครับ นอกจากไม่ผอมแล้วยังทำลายสุขภาพของคุณอีกด้วย โดยเฉพาะอาหารเช้าสำคัญมาก เพราะร่างกายเราต้องการพลังงานเพื่อใช้ในกิจกรรมระหว่างวัน ยิ่งคุณอดอาหาร มื้อต่อไปคุณจะยิ่งหิวโซ ทำให้กินเยอะขึ้นไปอีก

อ่านข้อมูลสุขภาพที่ดีเพิ่มเติม www.hellokhunmor.com

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn
hiit training

การลดไขมันด้วยกลวิธี HIIT Traning

HIIT TRANING ปฏิบัติการรีดไขมัน

HIIT TRANING  หรือ ชื่อเต็มๆว่า High Intensive Interval Training คือการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ที่มีความเข้มข้นเว้นระยะความหนักเบาเป็นช่วงๆสลับกันไปมา ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดเป็นท่าทาง อาจทำเป็นท่าออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักตัวง่ายๆอย่างเช่น push up – squat – mountain climber – bicycle crunch โดยทำเป็นเซ็ตง่ายๆทั้งหมด4ท่า โดยใช้กำหนดจำนวนครั้งแต่ใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนด เช่น push up 30 วินาที แล้วพัก10 วินาที แล้ว squat ต่อทันทีอีก 30วินาที เมื่อครบแล้วก็ท่าจนครบทั้งหมด4ท่า นับเป็น1เซ็ต พักระหว่างเซ็ตอาจจะเป็น1-2นาทีแล้วแต่ความสามารถของผู้ออกกำลังกาย โดยทำอย่างนี้วนไปทั้งหมด4 เป็นต้น

HIIT TRAINING มีประโยชน์ยังไง

การฝึกหรือการออกกำลังกายรูปแบบนี้จะทำให้ร่างกายสามารถดึงน้ำตาลจากคาร์โบไฮเดรตที่เราเพิ่งกินเข้าไปมาใช้เป็นพลังงานและยังช่วงที่เราผ่อนแรงร่างกายจะสามารถนำไขมันส่วนเกินที่มีอยู่ในร่างกายของเรามาใช้เป็นพลังงานได้ด้วย การฝึกหรือการออกกำลังกายแบบhiit training ไม่ได้เผาผลาญไขมันแค่ตอนที่เราออกกำลังกายแต่เพียงเท่านั้น แต่การฝึกรูปแบบบนี้ยังสามารถเผาผลาญไขมันหลังการฝึกได้อีก2-3วัน การออกกกำลังกายแบบ

hiit trainng นั้นมีประโยชน์มากก็จริงแต่ไม่มีการออกกำลังกายแบบไหนดีที่สุดมี แต่การออกกำลังกายรูปแบบไหนเหมาะสมกับใครมากที่สุด และการออกกำลังกายแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด

Hiit Training ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ไม่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะ มีปัญหาที่ข้อต่อ หรือโรคหัวใจ ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนมีปัญหาเหล่านี้แต่อยากลองฝึกแบบhiit training ดูบ้างก็ควรจะปรึกษาแพทย์ดูก่อนเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายตามมา

Hiit  Training เหมาะกับใครบ้าง

การฝึกรูปแบบนี้เหมาะกับผู้ฝึกที่เป็นนักกีฬาหรือผู้คนทั่วไปที่มีความแข็งแรงระดับหนึ่ง เพราะการฝึกรูปแบบนี้จะให้ความรู้สึกที่เหนื่อยมากจึงต้องให้มีความแข็งแรงพอสมควร เหมาะกับผู้ที่ต้องการจะพัฒนาศักยภาพในการออกกำลังกายของเราให้มีเพิ่มมากขึ้น หรือผู้ออกกำลังกายใหม่ก็สามารถใช้ HIIT TRANING เผาผลาญไขมันดูก็ โดยเริ่มจากใช้เวลาในช่วงที่มีความเข้มข้นในการออกนั้นน้อยๆและช่วงผ่อนแรงนั้นมากกว่าสักหน่อย หลังจากนั้นค่อยๆเพิ่มช่วงระยะเวลาในการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงๆและลดเวลาในช่วงที่เราผ่อนแรงๆลง ทำอย่างนี้ไปสักระยะเพื่อให้ร่างกายรู้ว่าต้องพัฒนา และสำหรับใครที่อยากลดไขมันแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีและไม่ได้มีปัญหาข้อต่อต่างๆ  ลองนำ HIIT TRANING ปฏิบัติการรีดไขมัน นี้มาใช้เป็นวิธีในการลดไขมันในร่างกายดูเพื่อให้สุขภายและรูปร่างของเราดูดีขึ้น

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ

การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ

ไม่ว่าเวลาจะไปกี่ยุคกี่สมัย สิ่งหนึ่งที่อยู่คงทนและทรงคุณค่าอยู่เสมอก็คือ ศิลปะ อันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมา  เพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดและอารมณ์ของศิลปิน เพื่อที่จะให้ผู้อื่นได้มีส่วนรวมในการรับรู้ถึงอารมณ์ ความคิดของศิลปินที่ถ่ายทอดลงไปในผลงาน ซึ่งศิลปะนั้นไม่ได้จำกัดแค่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงประติมากรรม จิตรกรรม วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ดนตรีนาฏศิลป์

 

ศิลปะ เรียกได้ว่าเป็นคำที่มีเต็มไปด้วยความหมายที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจง ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แนวคิดของแต่ละศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน แต่สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะเลยก็คือ การแสดงออก การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ รวมไปถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ สัญลักษณ์ อารมณ์ ความสวยงาม รวมไปถึงเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอ  เรียกได้ว่าสิ่งที่ศิลปินได้แฝงไปในผลงานแต่ละชิ้นนั้นได้ก็คือความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นความยินดี ความโศกเศร้า ความเสียใจ รู้สึกสดชื้น รวมไปถึงนำความคิดและความรู้สึกของคนในยุคสมัยนั้นๆมาถ่ายทอดลงไปด้วย

การแสดงความคิดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ

พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของได้ให้ความหมายของศิลปะไว้ว่าเป็น การแสดงออกให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงาม น่าพึงชม และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ ผลงานแต่ละชิ้นของศิลปินทำให้ผู้ที่ได้ชมนั้นเข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของผลงานนั้นๆ ได้ซาบซึ้งและสัมผัสความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ผลงานออกมา เรียกได้ว่านี่คือเสน่ห์และความสวยงามของศิลปะ ที่ผู้ชมจะได้รับรู้ความรู้สึกไปกับการถ่ายทอดและสร้างสรรค์ผลงานของศิลปะ

 

ในปัจจุบันนี้มีผลงานศิลปะหลากหลายแขนงที่แสดงอยู่ทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็น หอศิลป์ สถาปัตยกรรมต่างๆ หรือผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่นอกจากศิลปินจะได้ถ่ายทอดผลงานในรูปแบบของตนเอง พร้อมแสดงความคิดความรู้สึกผ่านศิลปะแล้ว ผู้ชมยังได้รับรู้ ได้แนวคิดต่างๆที่สามารถนำมาใช้ได้กับตนเอง ได้รับรู้หรือเก็บไว้เป็นข้อมูลและจดจำความรู้สึกต่างๆ เรียกได้ว่าศิลปะเปรียบเสมือนตัวเชื่อมโยงของศิลปินและผู้ชมผู้รับรู้ให้ได้สัมผัสถึงจิตใจ เหตุผล ความรู้สึกความคิดของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ

 

การรับชมศิลปะในแต่ละแขนงนั้นสามารถที่จะมองได้หลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นความสวยงาม ความสร้างสรรค์ การรับชมเพื่อเก็บเป็นความรู้ หรือการรับรู้และสัมผัสไปกับความรู้สึกความคิดของศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของศิลปะที่จะทำให้เราได้เห็นมุมมองที่กว้างและสัมผัสไปกับอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ อารมณ์และการสร้างสรรค์ผลงานที่มีที่มาที่ไป พิถีพิถันและกลั่นกรองความคิดความรู้สึกออกมากลายเป็นผลงานให้เราได้ชม เรียกได้ว่าศิลปะเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและมากไปด้วยเสน่ห์ เอกลักษณ์และมีผลต่อทางความรู้สึกความคิดเป็นอย่างมาก

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

แฟชั่นการสวมใส่เสื้อเชิร์ต

แฟชั่นการสวมใส่เสื้อเชิร์ต

เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานเลยทีเดียวสำหรับ การสวมใส่เสื้อเชิร์ต ไอเท็มสุดอมตะที่ไม่ว่าสาวๆหรือหนุ่มๆก็มักจะมีติดตู้เสื้อผ้าไว้อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะเป็นเสื้อที่ไม่ลูกเล่นเยอะมากแต่สามารถที่จะเพิ่มความโดดเด่นให้แก่ผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี เราไปดูกันดีกว่าทำไมเสื้อเชิร์ต ถึงเป็นแฟชั่นยอดฮิตที่ใครๆก็ชอบกัน

 

เสื้อเชิร์ต ดูดีทุกโอกาส

เสื้อเชิร์ต เรียกได้ว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่สามารถนำมาสวมใส่ได้ทุกโอกาสจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ งานเลี้ยงสร้างสรรค์ ไปปาร์ตี้ ใส่เป็นชุดลำลอง หรือชุดนอนและพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน สวมใส่ไปเดินห้าง ออกงาน งานทางการในโอกาสต่างๆ รวมไปถึงการนำมาสวมใส่เป็นชุดทำงาน ที่เรียกได้ว่าการสวมเสื้อเชิร์ตนั้นช่วยเสริมภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

แฟชั่นการสวมใส่เสื้อเชิร์ต

เสื้อเชิร์ต มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่มีเบื่อ

เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเสื้อเชิร์ตเลยทีเดียว สำหรับการนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างฟรีสไตล์กับทุกๆ ที่เราสามารถจะเปลี่ยนเสื้อเชิร์ตธรรมดาให้กลายเป็นลุคสุดชิคได้ไม่ยาก และที่สำคัญไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือเสื้อเชิร์ตตัวนั้นจะเก่าอย่างไร ก็ยังสามารถที่จะนำมาแมตช์กับเสื้อผ้าและไอเท็มต่างๆได้อย่างไม่มีเอาท์

 

เสื้อเชิร์ต มีให้เลือกหลายรูปแบบ

ในปัจจุบันนี้เสื้อเชิร์ตได้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆออกมาอยู่เสมอ ทั้งสีสัน ลวดลาย แต่ส่วนใหญ่เสื้อเชิร์ตที่คนทั่วไปนิยมเลือกใส่จะเน้นสีพื้นไม่เน้นลวดลาย เช่น เสื้อเชิร์ตสีขาว สีดำ สีฟ้า เป็นต้น รวมไปถึงที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้อย่างเสื้อเชิร์ตลายทางที่ช่วยเสริมความโดดเด่นให้แก่ผู้สวมใส่ได้อย่างดี

 

เสื้อเชิร์ต ไอเท็มยอดฮิตของหนุ่มสาว

ผู้ชายและผู้หญิงเกือบทุกคนจะต้องมีกางเกงยีนส์ติดตู้เสื้อผ้าไว้อยู่เสมอ เช่นเดียวกับ เสื้อเชิร์ต ที่ถือว่าเป็นเครื่องแต่งกายยอดนิยมของหนุ่มสาว ที่สามารถจะนำมาแมตช์กับเสื้อผ้า ชุดต่างๆได้อย่างลงตัว

 

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกสวมใส่เสื้อเชิร์ต แฟชั่นอมตะที่เรียกได้ว่าครองความนิยมอย่างยาวนาน สำหรับใครที่ยังไม่มีติดตู้เสื้อผ้าต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะคุณสามารถที่จะดูดีอย่างมั่นใจได้ทุกช่วงเวลา รวมไปถึงทำให้ลุคของคุณดูไม่น่าเบื่อ เพราะเสื้อเชิร์ตสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่เสื้อเชิร์ตคู่กับกางเกงยีนส์แบบเรียบๆ หรือจะมาสวมคู่กับกระโปรงก็ทำให้คุณดูทันสมัยอยู่เสมอ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

มู่ลี่คุณภาพ เป็นอย่างไร

มู่ลี่ ผ้าม่านอีกนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมมาใช้ในการตกแต่งบ้านจากผ้าม่านหลายๆประเภท เนื่องจากสามารถนำไปใช้ในการตกแต่งห้องหรือบ้านได้ทุกสไตล์ แถมยังสามารถช่วยควบคุมแสงให้เข้าออกได้ด้วย  ก่อนที่จะไปรู้จักมู่ลี่ว่ามีอะไรบ้าง เราไปดูประโยชน์ของผ้าม่านกันก่อน โดยประโยชน์ของผ้าม่านมีมากมายหลากหลายอย่าง ดังนี้

  • ใช้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ถ้าปล่อยให้มีผนังปูนเปล่าก็คงจะทำให้ผู้สึกไม่ค่อยสบายตาเท่าไร การที่นำม่านมาช่วยในการตกแต่งบ้านจะสามารถช่วยทำให้ภายในบ้านดูสบายมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว เพราะม่านสามารถช่วยบดบังสายตาจากบุคคลภายนอกที่มองมาได้ ที่สำคัญเรายังสามารถที่จะใช้ผ้าทำเป็นที่กั้นห้องได้ โดยจากห้องใหญ่หนึ่งห้องให้กลายเป็น 2 ห้องเล็กได้
  • ช่วยป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้ามาในห้องได้ โดยเฉพาะบ้านที่ติดกับถนน ม่านจะทำหน้าที่เป็นการป้องกันฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วม่านยังสามารถที่จะช่วยควบคุมแสงภายในห้องได้ด้วย แถมยังช่วยป้องกันการซีดของสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายในห้องได้อีกด้วย
  • ช่วยในเรื่องของการกำหนดมุมมอง ทำให้มองไม่เห็นสิ่งไม่ต้องการเห็นได้ และช่วยในเรื่องของการกักเก็บเสียง โดยเฉพาะห้องที่ต้องการความเงียบ ไม่มีเสียงสะท้อน ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอน ห้องพักผ่อน เป็นต้น

มู่ลี่

หลังจากที่ไปดูประโยชน์ของม่านกันแล้วก็มาดูมู่ลี่ ม่านอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมนำมาตกแต่งภายใน ที่จะเป็นการตกแต่งแบบเรียบง่าย ช่วยลดบดบังแสงแดดที่ส่องเข้าห้อง และช่วยสะท้อนความร้อนที่จะเข้ามายังตัวบ้านได้เป็นอย่างดี สำหรับมู่ลี่มีใบม่านทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งถ้าเป็นมู่ลี่แนวนอนมาใช้ในดารตกแต่งห้องจะสามารถช่วยควบคุมแสงที่เข้ามายังในห้องได้ด้วยการปรับองศาของในม่าน  นอกจากนี้แล้วข้อดีของมู่ลี่อีกอย่างหนึ่งก็คือ ใช้ง่าย ทำความสะอาดง่าย  โดยส่วนใหญ่แล้วมู่ลี่จะแบ่งออกตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ดังต่อไปนี้

  • มู่ลี่ไม้ เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้จริง เป็นมู่ลี่ที่เหมาะที่จะนำไปใช้ในการตกแต่งห้องหรือตกแต่งคอนโดสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะเน้นให้ห้องรู้สึกสบายแบบธรรมชาติ  โดยมู่ลี่ไม้ก็ยังแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้ มู่ลี่ไม้รามิน เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้รามินเนื้อแข็ง แข็งแรงกว่าไม้สน ที่มีลวดลายเป็นธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สำคัญมู่ลี่ไม้รามินจะเคลือบด้วยสารป้องกัน UV เพื่อเป็นการช่วยป้องกันการขยายตัวของม่านเมื่อโดนแดดจัด  2.มู่ลี่ไม้บาสวูด เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้บาสวูดเกรดคุณภาพ โดยมู่ลีชนิดนี้มีน้ำหนักเบา มีร่องเสี้ยนที่ตื้น มีความเป็นธรรมชาติ โดยตัวม่านจะเคลือบด้วยสาร UV และเคลือบสารป้องกันเชื้อรา และ 3.มู่ลี่ไม้รุ่นสแปนิช เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากไม้บาสวูดเกรดคุณภาพ ที่ได้ผ่านขั้นตอนในการอบแห้ง เพื่อเป็นการป้องกันการขยายของเนื้อไม้ จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วก็จะนำมาเข้าระบบพิมพ์ลาย 3D ทำให้มีลายไม้เหมือนจริงมากยิ่งขึ้นและสุดท้ายจะนำไปเคลือบ UV  เพื่อทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
  • มู่ลี่ไม้โฟมวู๊ด เป็นมู่ลี่ที่ไม่ได้ทำจากไม้จริง แต่เป็นการไม้ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เป็นมู่ลี่ที่เหมาะกับการติดตั้งในบริเวณที่โดนน้ำบ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น ห้องน้ำ เนื้อมู่ลี่ชนิดนี้สามารถที่จะช่วยกันน้ำและกันเชื้อราได้
  • ลี่อะลูมิเนียม เป็นมู่ลี่ที่ทำมาจากแผ่นอะลูมิเนียมมีขนาดบาง ที่สามารถรูดเก็บได้และมีน้ำหนักเบา
  • การติดตั้งม่านในคอนโดนั้น หากไม่ได้ต้องการหรือชอบแบบไหนเป็นพิเศษ ขอแนะนำว่า หากคอนโดนั้นมีห้องครัวติดระเบียง ควรติดมู่ลี่ที่ห้องครัว เพราะมู่ลี่ทำความสะอาดได้ง่ายกว่าม่านอื่นๆ และไม่กักเก็บกลิ่น นอกจากนี้หากติดมู่ลี่ไม้โฟมวู๊ดเพื่อบังแดดที่จะส่องมาโดนตู้เย็น ยังช่วยให้ตู้เย็นไม่ต้อทำงานหนัก

ม่าน

ทั้งหมดนี้คือ ประโยชน์และชนิดของมู่ลี่ ซึ่งเราสามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการตกแต่งบ้านได้  แต่ถ้าถามว่ามู่ลี่คุณภาพ เป็นอย่างไร  ต้องบอกว่ามู่ลี่จะมีคุณภาพได้นั้นขึ้นอยู่ที่ว่ามู่ลี่นั้นทำมาจากวัสดุประเภทไหน และมีขั้นตอนในการผลิตมู่ลี่อย่างไร  ซึ่งปัจจุบันการผลิตมู่ลี่ที่มีคุณภาพนั้นมีผลิตออกมาจำหน่ายมากมายตามร้านผ้าม่านทั่วไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาความต้องการผ้าม่านเพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งมีมากขึ้นนั้นเอง  แต่การที่จะเลือกร้านที่จำหน่ายผ้าม่านละมู่ลี่มีคุณภาพนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะร้านบางร้านมีการตัดเย็บและการทำผ้าม่านเองส่งผลทำให้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ไม่ได้รับมาตรฐานทำให้เมื่อใช้ไปนานๆจะทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของใบม่านได้ และทำให้เราต้องเสียเงินในการซื้อมู่ลี่ใหม่มานติดตั้งอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้วในการเลือกมู่ลี่ควรที่จะเลือกมู่ลี่ที่ผลิตมาจากโรงงานหรือร้านที่มีการผลิตที่ได้รับมาตรฐาน มีพื้นที่ในการผลิตที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยทำให้เรามั่นใจได้ว่ามู่ลี่ที่ทำออกมานั้นได้มาตรฐานและเป็นมู่ลี่คุณภาพอย่างที่เราต้องการ ซึ่งในส่วนของราคาอาจจะสูงกว่าร้านทั่วไปสักนิด แต่เชื่อเถอะว่าในการซื้อมู่ลี่ในราคานี้จะคุ้มค่ากว่าการซื้อมู่ลี่ราคาถูกตามร้านผ้าม่านทั่วไปที่ผลิตเองอย่างแน่นอน

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn
เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

สร้อยข้อมือและกำไลถือว่าเป็นเครื่องประดับคู่ใจของหญิงสาวและชายหนุ่มทั่วๆไปเลยทีเดียว เพราะเป็นตัวช่วยที่เข้ากับเครื่องแต่งกายได้เป็นอย่างดี เสริมภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งการเลือกซื้อสร้อยคอมือหรือกำไลนั้นไม่ได้จะต้องคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ควรพิจารณาถึงสรีระ รูปร่างและแขน เพื่อที่จะเลือกให้เหมาะสมและสวมใส่ออกมาได้ดูสมบูรณ์แบบมากที่สุด ว่าแล้วเราไปศึกษาเคล็ดลับดีๆกับคำแนะนำในการเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดกัน

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเล็ก

คนที่มีข้อมือหรือแขนเล็กผอมนั้น สามารถที่จะเห็นกระดูกบริเวณข้อต่อมือได้อย่างชัดเจนจนทำให้ดูผอมแห้ง เก้งก้าง เพราะฉะนั้นคนแขนเล็กควรเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่มีลักษณะแบนราบหรือค่อนข้างหนา และมีขนาดใหญ่ เช่นสร้อยข้อมือแบบไข่มุกเม็ดเล็กๆ สร้อยข้อมือที่เรียงซ้อนกันหลายๆชิ้น โดยกำไลข้อมือไม่ควรจะหลวมมากจนเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้ดูไม่สวยและเน้นรูปแขนมากจนเกินไป

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเรียว

เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบและเหมาะสมกับการสวมใส่สร้อยข้อมืออย่างมากเลยทีเดียว สำหรับคนแขนเล็กที่คุณสามารถสวมใส่กำไลได้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ก็ควรที่จะเลือกสร้อยข้อมือที่เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายและสีผิวของคุณเพื่อที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นและไม่หมองไปกับเครื่องแต่งกายที่กลบ

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนอวบ

สำหรับคนที่มีแขนอวบ ข้อมือใหญ่หรือรูปแขนกลม ควรเลือกสร้อยข้อมือและกำไรที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก หลวมสามารถที่ไปขยับหรือเลื่อนไปมาได้  สร้อยข้อมือลักษณะนี้จะช่วยอำพรางข้อมือของคุณให้เรียวเล็กและดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

 

สร้อยข้อมือกับเครื่องแต่งกาย

สำหรับการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้น ไม่ควรที่จะเลือกสร้อยคอมือที่มีสีไปในโทนเดียวกันกับเครื่องแต่งกายมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้กำไลของคุณดูหมอง ควรเลือกสีที่ตัดกันหรือสีที่เด่นรวมไปถึงมีจี้และลวดลายที่มีสีสันเพื่อที่จะทำให้เสริมการแต่งกายให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณอาจจะเลือกกำไลข้อมือให้เข้ากับรูปแบบการแต่งตัว เช่นถ้าหากแต่งตัวชุดเดรสเซ็กซี่ ก็อาจจะสวมสร้อยข้อมือสแตนแลสหรือกำไลที่มีความเรียบหรูเพื่อที่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

 

และนี่ก็เป็นข้อควรรู้ในการเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่จะช่วยทำให้ทุกการแต่งกายและลุคของคุณดูสวยงาม โดดเด่นและมีเสน่ห์

 

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018

ในปี 2018 นี้ได้ชื่อว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาหลายๆด้านอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การทำงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ การสื่อสาร การซื้อขายสินค้าและบริการ พร้อมทั้งสิ่งต่างๆอีกมากมายที่เรียกได้วาคุณจะต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะต้องตามกระแสโลกให้ทัน แต่เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของคุณให้มีการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราไปศึกษาสิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆได้อย่างมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 2

 

เตรียมพร้อมสู่สังคมไร้เงินสด

สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ที่จะเห็นได้จากมีการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรม QR Code Payment การชำระค่าบริการและสินค้า ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น คุณจะสามารถหยิบมือถือขึ้นสแกนจ่ายเงินได้แม้แต่ในแผงลอย ในตลาดสดทั่วไป รวมไปถึงร้านค้าและธุรกิจห้างสรรพสินค้า เพราะฉะนั้นทั้งตัวผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจก็จะต้องทำการศึกษาข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง QR Code เพื่อที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการใช้ QR Code ยังมีระบบการป้องกันที่ปลอดภัย มีความรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นอย่างมาก

 

เรียนรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยี

ในปี 2018 นี้คุณจะได้เห็นการพัฒนาและการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมามากมายที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ AI ที่จะสามารถเข้าถึงมนุษย์ได้ดีมากกว่าเดิม จะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเกิดขึ้นใหม่ในหลายๆด้านทั้งเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ไฮเทค ที่เรียกว่าน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะติดตามข่าวสาร เรียนรู้และศึกษาเรื่องราวต่างๆเพื่อที่จะรู้เท่าทันเทคโนโลยีและโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ดีมากขึ้น

 

 

พัฒนาทักษะในการทำงานของตนเอง

ในปัจุบันนี้เทคโนโลยีสามารถที่จะนำมาใช้ในด้านธุรกิจต่างๆได้ดีมากยิ่งขึ้น และกำลังเข้าสู่ยุค  Staffless Society ที่จะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนแรงงานมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจและกำลังคน ลดปัญหาด้านแรงงาน อีกทั้งเทคโนโลยียังได้มีพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์อีกด้วย เรียกง่ายๆก็คือ จะมีอัตราการว่าจ้างที่ลดน้อยลง หรือมีปลดพนักงานในธุรกิจต่างและเน้นไปใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีต่างๆมากยิ่งขึ้น

 

เห็นได้ชัดจากประเทศญี่ปุ่นที่ในซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่งไม่มีพนักงานบริการ แต่ใช้เทคโนโลยีในการเก็บเงิน สแกนสินค้า นำสินค้าใส่ถึงได้อย่างอัตโนมัติ รวมไปถึง สนามบินของประเทศสิงคโปร์ที่ไม่ใช้พนักงานในการทำงาน โดยทุกอย่างจะเป็นระบบที่ผู้โดยสารทำเองหมดตั้แต่โหลดกระเป๋าใส่ใต้ท้องเครื่อง สแกนพาสปอร์ต การขึ้นเครื่อง การตรวจเช็คต่างๆนอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรงแรมที่ให้ผู้เข้าพักทำการเช็คอินและเช็คเอาท์แบบอัตโนมัติและสะดวกรวดเร็วด้วยตนเอง

 

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีในด้านความสะดวกรวดเร็วและสบาย แต่ทั้งนี้ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับคนทำงานมนุษย์ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำและเตรียมพร้อมไว้เลยก็คือ พัฒนาและฝึกฝนทักษะด้านการทำงานของตนเองให้มีคุณภาพและทำได้หลากหลาย ทั้งทักษะด้านภาษา ภาวะความเป็นผู้นำ การเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อที่แสดงศักยภาพให้เห็นว่าเรายังพร้อมสำหรับการทำงานอยู่ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายบริษัทในประเทศไทยที่เริ่มวางแผนปลดพนักงานและปิดสาขา เพื่อที่จะมาเน้นการใช้งานเทคโนโลยีแทน เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อยู่เสมอ

 

 

 สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 3

 

 

ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ

ในปี 2018 นี้โซเชียลเน็ตเวิร์คยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจเข้ามาเป็นตัวเลือกและมากไปกว่านั้นก็คือการเสพข่าวและสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกออนไลน์ที่จะพิจารณาไตร่ตรองให้ดีทุกคน ใช้ในทางที่ถูกที่ควร คิดก่อนโพสต์ทุกครั้ง กดแชร์อย่างมีสติ แยกแยะสิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่ควรถอยห่าง ใช้โซเชียลมิเดียให้เกิดความสุและประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้นได้มีทั้งข่าวปลอม การแชร์ภาพด้านลบที่ไม่เป็นความจริง หรือการโต้ตอทะเลาะกันรุนแรงและมีแนวโน้มว่าปีนี้จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้

 

นอกจากในนี้ในปี 2018 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ภาวะโลกร้อนยังคงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆรวมไปถึงความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ  การทำงาน การใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากจนเกินไปและอื่นๆอีกมากมายที่จะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นให้คุณหันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง

 

ที่สำคัญในปี 2018 นี้อย่าลืมที่ติดตามข่าวสารรอบตัว สิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่จะเกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเราเสมอ ทั้งด้านธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี ด้านการลงทุน และสิ่งต่างๆและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยี สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

Gen-Z คือ คำนิยามล่าสุดของเด็กรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันหรือกลุ่มคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมายมาย แต่การเกิดมาพร้อมสิ่งเหล่านี้ก็มีข้อเสียที่ทำให้คน Gen-Z ไม่ชอบความลำบาก ทั้งยังจะหลีกเลี่ยงและทำทุกอย่างให้ตัวเองสบายมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก จึงไม่แปลกที่คน Gen-Z สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีและเกาะติดกระแสกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค แถมยังใช้ชีวิตแบบมีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 แต่น่าเสียดายตรงที่คน Gen-Z มักจะทนหรือจดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน เบื่อง่าย ไม่ชอบการรอคอยใด ๆ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามามักจะมาในลักษณะมาเร็วไปเร็ว ซึ่งความรวดเร็วนี้ทำให้คน Gen-Z ไม่ค่อยมีความอดทน เอาแต่ใจ และเอาตัวเองเป็นที่ตั้งของทุก ๆ สิ่งอย่างมาก

 

ถึงจะมีข้อเสียแบบนั้นแบบนนี้ แต่คน Gen-Z ก็สามารถปรับตัวได้อย่างเร็วในทุกสถานการณ์ และเปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รวมถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับประเพณีหรือวัฒนธรรมในรูปแบบเดิม ๆ ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคน Gen-Z ค่อนข้างที่จะมี Passion มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักตัวตนของตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด และไม่เคยหยุดพัฒนาตนเอง เชื่อหรือไม่ว่าคน Gen-Z จะสามารถดึงความสามารถออกมาได้แบบขีดสุดเมื่อเกิดการแข่งขันหรือเกิดการเปรียบเทียบ เนื่องด้วยคนกลุ่มนี้ชอบเอาชนะ ทำให้มีความกระตือรือร้นในการแข่งขันมากเป็นพิเศษ

 

 

เด็กหรือวัยรุ่นที่เกิดใน Gen-Z ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวที่สูง และจะเปิดใจกับคนที่สนิทและไว้ใจได้เท่านั้น แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะดูเหมือนไม่มีเป้าหมาย เพราะไม่ค่อยพูดหรือบอกความในใจออกมาทั้งหมดว่าจะทำอะไร แผนการในชีวิตเป็นยังไง แต่ทั้งหมดนี้ คน Gen-Z คิดไว้อยู่แล้ว เพราะคน Gen-Z จะมีการวางแผนหรือคิดถึงตัวเองในอนาคตไว้ตลอดเวลา มีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วค่อย ๆ วิ่งตามสิ่งที่ต้องการ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่สร้างปัญหาให้กับผู้ปกครองหรือคนรอบข้างของกลุ่มคน Gen-Z คือ ความคิดที่ว่าคนทุก Gen จะต้องมีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันในทุกระดับชนชั้น เพราะคน Gen-Z มักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของอายุหรือลำดับชั้น โดยเฉพาะยศฐาบันดาศักดิ์ต่าง ๆ จึงทำให้คนต่าง Gen มองคน Gen-Z ว่าขาดกาลเทศะหรือความเคารพและหยิ่งยโสเป็นที่สุด

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คน Gen-Z ก็ยังต้องการความรัก ความสนใจการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉาพะคนต่าง Gen ที่เป็นคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับคเลื่อนให้คน Gen-Z เข้าอกเข้าใจผู้อื่นและนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง การฝึกอบรมและเข้าใจคน Gen-Z จึงเป็นหน้าที่ของคน Gen ต่าง ๆ เพราะ Gen-Z คือกลุ่มคนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนคนในสังคมต่อไปในภายภาคหน้า

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn