เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

เทคนิคการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับสรีระ

สร้อยข้อมือและกำไลถือว่าเป็นเครื่องประดับคู่ใจของหญิงสาวและชายหนุ่มทั่วๆไปเลยทีเดียว เพราะเป็นตัวช่วยที่เข้ากับเครื่องแต่งกายได้เป็นอย่างดี เสริมภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งการเลือกซื้อสร้อยคอมือหรือกำไลนั้นไม่ได้จะต้องคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ควรพิจารณาถึงสรีระ รูปร่างและแขน เพื่อที่จะเลือกให้เหมาะสมและสวมใส่ออกมาได้ดูสมบูรณ์แบบมากที่สุด ว่าแล้วเราไปศึกษาเคล็ดลับดีๆกับคำแนะนำในการเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดกัน

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเล็ก

คนที่มีข้อมือหรือแขนเล็กผอมนั้น สามารถที่จะเห็นกระดูกบริเวณข้อต่อมือได้อย่างชัดเจนจนทำให้ดูผอมแห้ง เก้งก้าง เพราะฉะนั้นคนแขนเล็กควรเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่มีลักษณะแบนราบหรือค่อนข้างหนา และมีขนาดใหญ่ เช่นสร้อยข้อมือแบบไข่มุกเม็ดเล็กๆ สร้อยข้อมือที่เรียงซ้อนกันหลายๆชิ้น โดยกำไลข้อมือไม่ควรจะหลวมมากจนเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้ดูไม่สวยและเน้นรูปแขนมากจนเกินไป

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนเรียว

เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบและเหมาะสมกับการสวมใส่สร้อยข้อมืออย่างมากเลยทีเดียว สำหรับคนแขนเล็กที่คุณสามารถสวมใส่กำไลได้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ก็ควรที่จะเลือกสร้อยข้อมือที่เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายและสีผิวของคุณเพื่อที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นและไม่หมองไปกับเครื่องแต่งกายที่กลบ

 

สร้อยข้อมือสำหรับคนแขนอวบ

สำหรับคนที่มีแขนอวบ ข้อมือใหญ่หรือรูปแขนกลม ควรเลือกสร้อยข้อมือและกำไรที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก หลวมสามารถที่ไปขยับหรือเลื่อนไปมาได้  สร้อยข้อมือลักษณะนี้จะช่วยอำพรางข้อมือของคุณให้เรียวเล็กและดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

 

สร้อยข้อมือกับเครื่องแต่งกาย

สำหรับการเลือกสร้อยข้อมือให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้น ไม่ควรที่จะเลือกสร้อยคอมือที่มีสีไปในโทนเดียวกันกับเครื่องแต่งกายมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้กำไลของคุณดูหมอง ควรเลือกสีที่ตัดกันหรือสีที่เด่นรวมไปถึงมีจี้และลวดลายที่มีสีสันเพื่อที่จะทำให้เสริมการแต่งกายให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณอาจจะเลือกกำไลข้อมือให้เข้ากับรูปแบบการแต่งตัว เช่นถ้าหากแต่งตัวชุดเดรสเซ็กซี่ ก็อาจจะสวมสร้อยข้อมือสแตนแลสหรือกำไลที่มีความเรียบหรูเพื่อที่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

 

และนี่ก็เป็นข้อควรรู้ในการเลือกสวมกำไลหรือสร้อยข้อมือที่จะช่วยทำให้ทุกการแต่งกายและลุคของคุณดูสวยงาม โดดเด่นและมีเสน่ห์

 

 

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018

ในปี 2018 นี้ได้ชื่อว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาหลายๆด้านอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การทำงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ การสื่อสาร การซื้อขายสินค้าและบริการ พร้อมทั้งสิ่งต่างๆอีกมากมายที่เรียกได้วาคุณจะต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะต้องตามกระแสโลกให้ทัน แต่เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของคุณให้มีการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราไปศึกษาสิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆได้อย่างมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 2

 

เตรียมพร้อมสู่สังคมไร้เงินสด

สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ที่จะเห็นได้จากมีการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรม QR Code Payment การชำระค่าบริการและสินค้า ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น คุณจะสามารถหยิบมือถือขึ้นสแกนจ่ายเงินได้แม้แต่ในแผงลอย ในตลาดสดทั่วไป รวมไปถึงร้านค้าและธุรกิจห้างสรรพสินค้า เพราะฉะนั้นทั้งตัวผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจก็จะต้องทำการศึกษาข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง QR Code เพื่อที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการใช้ QR Code ยังมีระบบการป้องกันที่ปลอดภัย มีความรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นอย่างมาก

 

เรียนรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยี

ในปี 2018 นี้คุณจะได้เห็นการพัฒนาและการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมามากมายที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ AI ที่จะสามารถเข้าถึงมนุษย์ได้ดีมากกว่าเดิม จะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเกิดขึ้นใหม่ในหลายๆด้านทั้งเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ไฮเทค ที่เรียกว่าน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะติดตามข่าวสาร เรียนรู้และศึกษาเรื่องราวต่างๆเพื่อที่จะรู้เท่าทันเทคโนโลยีและโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ดีมากขึ้น

 

 

พัฒนาทักษะในการทำงานของตนเอง

ในปัจุบันนี้เทคโนโลยีสามารถที่จะนำมาใช้ในด้านธุรกิจต่างๆได้ดีมากยิ่งขึ้น และกำลังเข้าสู่ยุค  Staffless Society ที่จะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนแรงงานมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจและกำลังคน ลดปัญหาด้านแรงงาน อีกทั้งเทคโนโลยียังได้มีพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์อีกด้วย เรียกง่ายๆก็คือ จะมีอัตราการว่าจ้างที่ลดน้อยลง หรือมีปลดพนักงานในธุรกิจต่างและเน้นไปใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีต่างๆมากยิ่งขึ้น

 

เห็นได้ชัดจากประเทศญี่ปุ่นที่ในซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่งไม่มีพนักงานบริการ แต่ใช้เทคโนโลยีในการเก็บเงิน สแกนสินค้า นำสินค้าใส่ถึงได้อย่างอัตโนมัติ รวมไปถึง สนามบินของประเทศสิงคโปร์ที่ไม่ใช้พนักงานในการทำงาน โดยทุกอย่างจะเป็นระบบที่ผู้โดยสารทำเองหมดตั้แต่โหลดกระเป๋าใส่ใต้ท้องเครื่อง สแกนพาสปอร์ต การขึ้นเครื่อง การตรวจเช็คต่างๆนอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรงแรมที่ให้ผู้เข้าพักทำการเช็คอินและเช็คเอาท์แบบอัตโนมัติและสะดวกรวดเร็วด้วยตนเอง

 

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีในด้านความสะดวกรวดเร็วและสบาย แต่ทั้งนี้ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับคนทำงานมนุษย์ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำและเตรียมพร้อมไว้เลยก็คือ พัฒนาและฝึกฝนทักษะด้านการทำงานของตนเองให้มีคุณภาพและทำได้หลากหลาย ทั้งทักษะด้านภาษา ภาวะความเป็นผู้นำ การเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อที่แสดงศักยภาพให้เห็นว่าเรายังพร้อมสำหรับการทำงานอยู่ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายบริษัทในประเทศไทยที่เริ่มวางแผนปลดพนักงานและปิดสาขา เพื่อที่จะมาเน้นการใช้งานเทคโนโลยีแทน เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อยู่เสมอ

 

 

 สิ่งที่ต้องปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในปี 2018 3

 

 

ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ

ในปี 2018 นี้โซเชียลเน็ตเวิร์คยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจเข้ามาเป็นตัวเลือกและมากไปกว่านั้นก็คือการเสพข่าวและสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกออนไลน์ที่จะพิจารณาไตร่ตรองให้ดีทุกคน ใช้ในทางที่ถูกที่ควร คิดก่อนโพสต์ทุกครั้ง กดแชร์อย่างมีสติ แยกแยะสิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่ควรถอยห่าง ใช้โซเชียลมิเดียให้เกิดความสุและประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้นได้มีทั้งข่าวปลอม การแชร์ภาพด้านลบที่ไม่เป็นความจริง หรือการโต้ตอทะเลาะกันรุนแรงและมีแนวโน้มว่าปีนี้จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้

 

นอกจากในนี้ในปี 2018 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ภาวะโลกร้อนยังคงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆรวมไปถึงความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ  การทำงาน การใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากจนเกินไปและอื่นๆอีกมากมายที่จะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นให้คุณหันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง

 

ที่สำคัญในปี 2018 นี้อย่าลืมที่ติดตามข่าวสารรอบตัว สิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่จะเกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเราเสมอ ทั้งด้านธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี ด้านการลงทุน และสิ่งต่างๆและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยี สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

การดำเนินชีวิตของเด็กยุค GEN Z

Gen-Z คือ คำนิยามล่าสุดของเด็กรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันหรือกลุ่มคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมายมาย แต่การเกิดมาพร้อมสิ่งเหล่านี้ก็มีข้อเสียที่ทำให้คน Gen-Z ไม่ชอบความลำบาก ทั้งยังจะหลีกเลี่ยงและทำทุกอย่างให้ตัวเองสบายมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก จึงไม่แปลกที่คน Gen-Z สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีและเกาะติดกระแสกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค แถมยังใช้ชีวิตแบบมีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 แต่น่าเสียดายตรงที่คน Gen-Z มักจะทนหรือจดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน เบื่อง่าย ไม่ชอบการรอคอยใด ๆ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามามักจะมาในลักษณะมาเร็วไปเร็ว ซึ่งความรวดเร็วนี้ทำให้คน Gen-Z ไม่ค่อยมีความอดทน เอาแต่ใจ และเอาตัวเองเป็นที่ตั้งของทุก ๆ สิ่งอย่างมาก

 

ถึงจะมีข้อเสียแบบนั้นแบบนนี้ แต่คน Gen-Z ก็สามารถปรับตัวได้อย่างเร็วในทุกสถานการณ์ และเปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รวมถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับประเพณีหรือวัฒนธรรมในรูปแบบเดิม ๆ ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคน Gen-Z ค่อนข้างที่จะมี Passion มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักตัวตนของตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด และไม่เคยหยุดพัฒนาตนเอง เชื่อหรือไม่ว่าคน Gen-Z จะสามารถดึงความสามารถออกมาได้แบบขีดสุดเมื่อเกิดการแข่งขันหรือเกิดการเปรียบเทียบ เนื่องด้วยคนกลุ่มนี้ชอบเอาชนะ ทำให้มีความกระตือรือร้นในการแข่งขันมากเป็นพิเศษ

 

 

เด็กหรือวัยรุ่นที่เกิดใน Gen-Z ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวที่สูง และจะเปิดใจกับคนที่สนิทและไว้ใจได้เท่านั้น แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะดูเหมือนไม่มีเป้าหมาย เพราะไม่ค่อยพูดหรือบอกความในใจออกมาทั้งหมดว่าจะทำอะไร แผนการในชีวิตเป็นยังไง แต่ทั้งหมดนี้ คน Gen-Z คิดไว้อยู่แล้ว เพราะคน Gen-Z จะมีการวางแผนหรือคิดถึงตัวเองในอนาคตไว้ตลอดเวลา มีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วค่อย ๆ วิ่งตามสิ่งที่ต้องการ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่สร้างปัญหาให้กับผู้ปกครองหรือคนรอบข้างของกลุ่มคน Gen-Z คือ ความคิดที่ว่าคนทุก Gen จะต้องมีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันในทุกระดับชนชั้น เพราะคน Gen-Z มักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของอายุหรือลำดับชั้น โดยเฉพาะยศฐาบันดาศักดิ์ต่าง ๆ จึงทำให้คนต่าง Gen มองคน Gen-Z ว่าขาดกาลเทศะหรือความเคารพและหยิ่งยโสเป็นที่สุด

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คน Gen-Z ก็ยังต้องการความรัก ความสนใจการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉาพะคนต่าง Gen ที่เป็นคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับคเลื่อนให้คน Gen-Z เข้าอกเข้าใจผู้อื่นและนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง การฝึกอบรมและเข้าใจคน Gen-Z จึงเป็นหน้าที่ของคน Gen ต่าง ๆ เพราะ Gen-Z คือกลุ่มคนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนคนในสังคมต่อไปในภายภาคหน้า

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ทำความรู้จักกับ วัยรุ่น ยุค Gen Y กับไลฟ์สไตล์และมุมมองที่น่าสนใจ

ยุค Gen Y คือยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงขององค์กรต่างๆ

วัยรุ่นในยุค Gen Y นั้น เติบโตขึ้นมาท่ามกลาง ความเจริญของเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทำให้วัยรุ่นกลุ่มนี้  มี ไลฟ์สไตล์(lifestyle) ในการใช้ Internet และ Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของและ มีความชอบและสนใจทางด้าน IT เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำอะไรหลายๆ  อย่างได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี จิตอาสา ชอบช่วยเหลือสังคม และรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ไม่ค่อยมีความอดทน ซึ่งวัยรุ่น ยุค Gen Y นี้ เป็นกลุ่มคน ส่วนใหญ่ของโลก ที่มีกำลังซื้อสูง

เทรนด์ของโลกดิจิตอล ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับ วัยรุ่น ยุค Gen Y เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะวัยรุ่น ยุค Gen Y เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของโลกที่อยู่ในช่วงวัยเรียนและวัยทำงาน ซึ่งจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนองค์กรต่างๆ  ในอนาคต เราจึงควรศึกษา และทำความเข้าใจกับไลฟ์สไตล์(lifestyle) ของวัยรุ่น ยุค Gen Y นี้ เพื่อจะได้ เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการ องค์กร หรือธุรกิจของคุณ ต่อไปในอนาคตนั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ วัยรุ่น ยุค Gen Y กันก่อนนะคะ คนยุค Gen Y หรือ ยุค Millennials ก็คือ กลุ่มคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523 – 2537 หรือ (ค.ศ.1980 – 1994) เป็นกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ (lifestyle) ของการใช้เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งเราได้สรุปไลฟ์สไตล์ (lifestyle) เด่นๆ ของ คนยุค Gen Y ได้ดังนี้ ค่ะ

          ลักษณะนิสัย ของวัยรุ่น ยุค Gen Y วัยรุ่น Gen Y จะมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเอง รักอิสระ ใจร้อน ชอบความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย มีความกระตือรือร้น ไม่ชอบ การถูกบังคับให้อยู่ในกรอบ มีความอดทนน้อย ชอบสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน และต้องการความยืดหยุ่นในเรื่องเวลา

          ความสามารถในการทำงาน ของวัยรุ่น ยุค Gen Y วัยรุ่นยุคนี้ เป็นกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการสูง เพราะสมอง ส่วนซีกขวาจะทำงานค่อนข้างมาก มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สนใจด้าน IT ชอบการทำงานเป็นทีม และยังสามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังชอบความสมดุลของชีวิต คือ จะให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลา ทั้งการงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวในจุดที่สมดุลกัน

          การศึกษา ของวัยรุ่น ยุค Gen Y จะให้ความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างมาก มีความเชื่อว่า การประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิต ส่วนใหญ่จะมองว่าปริญญาตรีนั้น ไม่เพียงพออีกต่อไป จึงชอบที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะให้ความสนใจด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และ IT เป็นอย่างมาก รวมทั้งให้ความสนใจ ด้านการบริหารทางการเงิน และการลงทุนอีกด้วย

          การวางแผนครอบครัว ของวัยรุ่น ยุค Gen Y ไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับการแต่งงานมีครอบครัว มีความลังเลและไม่อยากเริ่มต้นครอบครัวเร็ว จึงมีแนวโน้ม ที่จะแต่งงานช้า จนถึงใช้ชีวิตโสดมากขึ้นค่ะ เป็นกลุ่มคน ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ มากที่สุด เพราะเป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่น ยุค Gen Y ยังให้ความสำคัญ กับความเท่าเทียมกันของเพศอีกด้วย โดยมองว่า ชายหญิง จะต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การทำงานนอกบ้าน การทำงานในบ้าน หรือการเลี้ยงลูก หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีพร้อม แล้วล่ะก็ การไม่มีลูก หรือการใช้ชีวิตโสด ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

          การใช้ชีวิต ของวัยรุ่น ยุค Gen Y การดำเนินชีวิตของคนกลุ่มนี้ จะใช้ชีวิต อยู่กับโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่าย ใช้สอย การพูดคุย ผ่าน Social Media การดูข่าวสาร ความบันเทิง และค้นคว้าหาข้อมูล ความรู้ต่าง ผ่าน Internet ชอบการเข้าสังคม ให้ความสำคัญ กับการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม สนใจ ในการดูแลสุขภาพ ของตนเอง ชอบที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชอบการท่องเที่ยว และทำกิจกรรมที่ให้ความสุขกับตัวเอง

จากไลฟ์สไตล์ (lifestyle) วัยรุ่น ยุค Gen Y จะเห็นได้ว่า คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก จึงทำให้ไลฟ์สไตล์ (lifestyle) ของวัยรุ่นยุค Gen Y มีการใช้เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทเกือบทุกด้าน ซึ่งหากเราทำความเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง เราก็จะสามารถพัฒนาศักยภาพ ของวัยรุ่น ยุค Gen Y ซึ่งมีบทบาทกับองค์กร หรือธุรกิจของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ

Share this...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn